Home ฉลามเขียว ฉลามเขียว : เขียนได้เจ็บมากโอ๊ค

ฉลามเขียว : เขียนได้เจ็บมากโอ๊ค

380
0
SHARE

 

 

ไม่รู้จัก  ตัวจริงครั้งหนึ่ง  ฉลามเขียว ไม่เคยเห็น โอ๊ค พานทอแท้  ลูกชายของ นายทักษิณ ชินวัตร  แต่ทุกครั้งที่ได้อ่านข้อเขียนของโอ๊คในเฟชบุ้ค จะเกิดอาการขาสั่นริกๆ  ตื่นเต้นสุดขีด  เกิดความรู้สึก  ผู้ชายคนนี้เขียนหนังสือได้ดีมาก  ทั้งๆที่ไม่ใช่นักเขียนอาชีพ  ตัวผมคนเขียนหนังสือออกสื่อทุกวันเขินเลยครับ

 

ในมหกรรมที่ผู้ครองอำนาจดำเนินการกวาดล้างคนสกุลชินวัตร  ขณะนี้โอ๊คพานทองแท้ ต่อคิวจากอาปูยิ่งลักษณ์ ผมห็นเค้าลางสถานการณ์แตกต่างจากตอนอาปูจะโดน   ปูโดนแน่ๆเพราะปูยิ่งลักษณ์เป็นนักการเมือง  แต่โอ๊คไม่ใช่นักการเมือง  จะโดนด้วยรึ

 

คดีของโอ๊ค  ในขณะที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแล้ว…  แต่  5  ก.ย.2560  ก็เปรี้ยงโครม  เมื่อเฟชบุ้คดังทางการเมือง  ชื่อบัญชี “กูต้องได้100ล้านจากทักษิณแน่ๆ” ได้โพสต์เผยแพร่  เอกสาร 5 หน้าของ  พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์  รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  มีไปถึง “ประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม”  องค์กรที่มีชื่อห่อเหลามาก  ร้องขอความเป็นธรรม  ถูกย้ายออกจากรองอธิบดีดีเอสไอ  ไปเป็น “ผู้ตรรวจพิเศษ”  สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ 1 พ.ย.2560

 

ย้ายเพราะไม่แจ้งข้อหา “ฟอกเงิน” เล่นงานโอ๊คพานทองแท้  ซึ่ง รองฯสมบูรณ์ เขียนละเอียด  ล่อนจ้อน  เปิดชื่อกันอย่างโช้ะๆ  แฉพฤติกรรมอย่างไม่เกรงกลัว  ใครพูดสั่งว่ายังไง อย่างนี้ก็แสดงว่าพร้อมที่จะทำสงคราม

 

รองฯสมบูรณ์อธิบายไว้เสร็จทำไมไม่แจ้งข้อหาฟอกเงินโอ๊คพานทองแท้   เพราะไม่มีหลักฐาน

 

 

ข้อความในหนังสือของ รองฯสมบูรณ์ มีคุณค่าต่อคนไทยมาก ไม่ได้เฉพาะตัวโอ๊คเท่านั้นนะครับ  ระบบกล่าวหา  ตามหลักกฎหมายไทย  ผมเห็นอันตรายสำหรับคนไทยก็ในคดีของโอ๊ค

 

หลังเพจกูต้องได้100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ   โชว์ผลงานแสดงเอกสาร 5 หน้าของรองฯสมบูรณ์ แล้วทาง ปปช.เต้นผาง  แถลงข่าว “ไม่มีธง”  ฟันโอ๊คพานทองแท้

 

สื่อมวลชนมากมายหลายสำนัก  ขุดมาแฉ…ธงมันมีมาตั้งแต่รัฐประหาร ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  ปี 2549 แล้ว   คตส.ส่งคดีให้อัยการ  แต่อัยการไม่ทำตาม  ไม่แจ้งข้อหาโอ๊คทั้ง 2 ข้อหา  “รับของโจร – ฟอกเงิน” ตามที่ฝ่ายไล่ล่าล้างสกุลชินวัตรบงการมา

 

ไม่มีธงรึ

 

5 ก.ย.2560 เพจแฉ รุ่งขึ้น 6 ก.ย.2560  คณะกรรมการคดีที่ประกอบด้วยคนจากหลายหน่วยงานราชการ  กับแบงก์ชาติ  มาประชุมที่ ปปช. แล้วสื่อทั้งหลายลงข่าวลักษณะ  รายงานข่าวกล่าวว่า  เร่งรัดให้แจ้งข้อหาโอ๊คให้ได้ใน 1 เดือน

 

โอ๊คสู้ครับ  ไม่นิ่งแล้ว  บ่ายแก่ๆ 8 ก.ย.2560  โอ๊คเขียนโพสต์ลงในเฟชบุ้คชื่อบัญชี   ผมลอกมาลงให้คนไทยได้อ่านร่วมกันแล้ว

 

โอ๊คเขียนได้ดีมาก  – อ่านแล้วมันเจ็บ

 

https://goo.gl/mgdz7F

 

“ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือในนามของกระบวนการยุติธรรม”

 

เป็นคำกล่าวของ มงแต็สกีเยอ ที่คุณพ่อผมเพิ่งนำมาทวิตไปเมื่อวันก่อนครับ

 

ในช่วงเวลาที่คุณพ่อทวิตนั้น ปรากฏว่ามี “เอกสารหลุด” จากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวฯ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ฯ ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ได้สั่งการในที่ประชุมว่า ให้เร่งดำเนินการส่งฟ้องเรื่องจำนำข้าว โดยไม่ต้องคำนึงถึงกระบวนการยุติธรรม โดยให้เร่งดำเนินการ มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบทั้ง 3 หน่วยงาน จะต้องมีความผิด

ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ขณะนี้ได้มีเอกสารหลุดอีกฉบับหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องของตัวผมโดยตรง ซึ่งเป็นของอดีตรองอธิบดีดีเอสไอ ที่ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ว่าได้รับคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีกับพานทองแท้ ทั้งๆ ที่ตนเองได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้สั่งการทราบแล้วว่า ธุรกรรมของนายพานทองแท้นั้น ไม่ได้มีส่วนใดที่ผิดกฎหมาย จึงไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีได้ เป็นเหตุให้ตนเองต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งรองอธิบดีฯ ไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้บรรยายเหตุการณ์ในการสั่งการอย่างไม่ชอบธรรม โดยมีพยานยืนยันซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเองอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

กระบวนการยุติธรรมของไทยเราทุกวันนี้ บิดเบี้ยวถึงขั้นจะตรวจสอบเรื่องข้าว หัวหน้าคสช.ก็สั่งการกับข้าราชการด้วยตัวเองว่า ไม่ต้องคำนึงกระบวนการยุติธรรม ใครไม่เร่งทำถือว่ามีความผิด

จะตรวจสอบคดีแบงค์กรุงไทย ซึ่งมีการกู้เงินนับหมื่นล้าน แทนที่จะไปตรวจสอบองค์กรที่ได้รับผลประโยชน์ก้อนใหญ่ หรือรายชื่อนายทหารนายตำรวจ และบุคคลองค์กรอื่นๆ อีกกว่า 300 ธุรกรรม (รวมถึงมูลนิธิรัฐบุรุษฯ และนายพลเรือคนดัง ก็มีชื่อรับโอนเงินก้อนดังกล่าวด้วย) กลับไม่สนใจจะตรวจสอบ แต่กลับมาสั่งการกับผู้ปฏิบัติแบบเน้นๆ ให้จ้องเอาผิดกับธุรกรรมทางการเงินจำนวน 10 ล้าน ซึ่งเท่ากับ 0.1 % ของจำนวนเงินทั้งหมด เพียงเพราะว่าเป็นธุรกรรมทางการเงินของลูกอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตัวเองตั้งธงเอาไว้แล้วว่า จะต้องยัดเยียดความผิดให้ได้

เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่เกิดกับลูกหลานตัวเองบ้าง ผู้มีอำนาจที่สั่งการกันมาเป็นทอดๆ อาจจะยังไม่รู้สึกหรอกครับ แต่ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งเวรกรรมจะตามทัน

ถ้าไม่เชื่อใน”กฎแห่งกรรม” ก็เชิญผู้มีอำนาจสั่งการหาเรื่องกันต่อไปเถอะครับ วันไหนกรรมตามสนองลูกหลานตัวเองบ้าง ก็ขออย่าได้โอดครวญแล้วกัน

 

 

ฉลามเขียว

8 กันยายน 2560

 

 

matemnews.com