Home ทั่วไป พลเอกประยุทธ์ให้อีกหมู่บ้านละ 300000 บาท

พลเอกประยุทธ์ให้อีกหมู่บ้านละ 300000 บาท

163
0
SHARE

 

 

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ”

 

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ” ภายใต้กรอบ “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” ร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจ โปร่งใสและตรวจสอบได้

 

วันนี้ (13 มิ.ย. 61) เวลา 09.00 น. ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ฮอลล์ 9 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ” พร้อมด้วย รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สมาชิกและภาคีเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจากทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 12,000 คนเข้าร่วม

 

โอกาสนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้กล่าวรายงานว่า การเปิดปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ” ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนสร้างความพร้อมในการดำเนินโครงการให้กับภาคีเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมทั้งเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างแนวทางความร่วมมือระหว่างเครือข่าย และ ภาคีที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเพื่อระดมความคิดเห็น และซักซ้อมความเข้าใจ ในการกำหนดแนวทางความร่วมมือและการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้โครงการต่าง ๆ ทำให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนได้จำนวนมากมายหลายมิติ อาทิ โครงการร้านค้าชุมชน น้ำดื่มชุมชน บริการประปาหมู่บ้าน ชุมชน โรงสีข้าวชุมชน  บริการน้ำมันเชื้อเพลิง ยุ้งฉางข้าวชุมชน บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร และลานตากอเนกประสงค์ เป็นต้น

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนฯ” ความตอนหนึ่งว่า รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยเมื่อปี 2559 รัฐบาลได้จัดโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐ ภายในวงเงินงบประมาณ 35,000 ล้านบาท สำหรับให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจัดทำโครงการโดยนำไปลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ พร้อมขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้รับการพิจารณาอนุมัติโครงการไปแล้วกว่า 66,000 กองทุน วงเงินงบประมาณกว่า 33,000 ล้านบาท  ต่อมาในปี 2560 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณงบประมาณเพิ่มเติม อีก จำนวน 15,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองดำเนินการภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ สนับสนุนงบประมาณกองทุนละไม่เกิน 200,000 บาท

 

สำหรับ ปี 2561 นี้ รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองผ่านโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐอีก วงเงินงบประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อต่อยอดโครงการเดิม หรือสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้วยการให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนด้วยทรัพยากร ภูมิปัญญา และการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชนด้วยการสนับสนุนการประกอบอาชีพ การสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดย “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนตามแนวทาง “ประชารัฐ” และนำกรอบแนวทางการดำเนินงานตาม “โครงการไทยนิยมยั่งยืน” มาพิจารณาประกอบการดำเนินโครงการ โดยเน้นให้ทุกโครงการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองต้องผ่านเวทีประชาคมให้สมาชิกได้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ โปร่งใส และตรวจสอบได้

 

ตอนท้ายของการกล่าวมอบนโยบายเปิดปฏิบัติการโครงการดังกล่าวครั้งนี้ว่า ขอให้สมาชิกและภาคีเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศได้ร่วมกันคิด ร่วมกันเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและหมู่บ้านของตนเอง พร้อมพัฒนาเพื่อเดินตามรอยศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และนำไปสู่การเพิ่มขีดความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและหมู่บ้านได้มีแนวทางในการดำเนินงานในการรวมกลุ่มกันขับเคลื่อนโครงการใด ๆ ก็ตามสามารถก้าวไปสู่การพึ่งพาตนเองและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเป็นการเพิ่มรายได้นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้กำลังใจแก่สมาชิกและภาคีเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ โดยให้ระลึกถึงเสมอว่า “เราคือคนในครอบครัวเดียวกัน” และพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกันอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ดีตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป

 

 

……………………………………………………………………………

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ และนักโฆษก

 

 

 

matemnews.com 

13  มิถุนายน 2561