Home ทั่วไป พลเอกประยุทธ์ขอร้องสื่ออย่าไปยุ่งกับหมูป่าอีกเลย – ให้ดราม่ายุติ

พลเอกประยุทธ์ขอร้องสื่ออย่าไปยุ่งกับหมูป่าอีกเลย – ให้ดราม่ายุติ

112
0
SHARE

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงแก่ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล  เมื่อบ่ายวันที่ 11 ก.ค.2561  ว่า

 

“เรื่องการช่วยเหลือ 13 หมูป่าออกมาจากถ้ำหลวง  วันนี้สำเร็จไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังเหลือขั้นตอนการฟื้นฟูทางการแพทย์ที่ดูแลให้เด็กๆ ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนที่จะส่งกลับไปอยู่ที่บ้านได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราทำตามขั้นตอนทั้งหมดสิ่งสำคัญที่เราได้มาคือเรื่องการบูรณาการการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการแสดงออกถึงน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศทุกภาคส่วน  ผมเปิดโทรทัศน์ก็มีข่าวถ้ำหลวงฯทุกช่องแทบจะทุก 15 นาที ต่างคนต่างเสนอข่าวในทางที่ดีที่สุด  วันนี้ต้องระมัดระวัง  ผมเปิดโทรทัศน์ของต่างประเทศมีการนำเสนอกรณีเหมืองถล่มที่ประเทศชิลี ต้องระมัดระวัง เพราะหลังจากนี้ออกมาแล้วต้องระมัดระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของเด็ก เพราะภูมิต้านทานน้อย อยากฝากขอร้องสื่อบางครั้งการพูดตอบคำถามของเด็กก็พูดแบบเด็กๆ ของเขา   ก็อย่าไปขยายความให้ดูไม่สวยงาม   ไม่งดงาม ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเขาเลย   ให้เขาได้เรียนหนังสือดีกว่า ถือว่าเขารอดชีวิตออกมาแล้วก็เป็นชะตาชีวิตของเขาที่ต้องเป็นคนดีต่อไปในสังคม อย่างคนที่ติดอยู่ในเหมืองชิลี   เขาออกมาสัมภาษณ์บอกหลังจากได้รับการช่วยเหลืออกมาแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลง   ดูเหมือนดี ทุกคนมาสัมภาษณ์ มาเอาใจใส่   สัญญาในเรื่องต่างๆถึงเวลาก็หายเงียบ ผมคิดว่าประเทศไทยคงไม่ใช่แบบนั้นเราต้องดูแลคนที่ประสบภัยในสิ่งควรจะดูแลเขา ในส่วนกำลังใจก็ควรให้กับคนที่เข้าไปช่วยเหลือ   ทั้งที่มีส่วนข้างในและข้างนอก  ผมได้มีโอกาสพบกับ นายอีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัทเอกชนที่อาสามาช่วย   โดยเอาเครื่องบินๆ มาเอง นำแคปซูลมา ถึงไม่ได้ใช้เครื่องมือนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะเหตุการณ์ไม่เหมือนที่อื่น เขาก็พร้อมที่จะทิ้งไว้ให้เราไปศึกษา เผื่อจะใช้ประโยชน์ได้ในวันหน้า   อาจจะเกิดแนวคิดต่างๆ ที่ดีกว่านี้ เพราะธรรมชาติไม่เหมือนกันหมดทั้งโลก  บางอย่างใช้ได้ในที่ที่หนึ่ง   แต่ใช้ไม่ได้ในอีกที่ สิ่งที่ได้คือน้ำใจของเขา   โดยที่ไม่ต้องไปว่าจ้างเรียกร้องหรือขอความช่วยเหลือ เขามากันเองหมด   และวันนี้เราได้ทั้งทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กจากผู้นำหลายประเทศ  ที่ชื่นชมในความสำเร็จของเราในการช่วยชีวิตทั้ง 13 คน ออกมาได้โดยปลอดภัย และขอแสดงความเสียใจกับ จ.อ.สมาน กุนัน วีรบุรุษของเรา   อดีตหน่วยซีล  ที่เสียชิวิต รัฐบาลจะดูแลให้เต็มที่ทั้งที่ออกจากราชการไปแล้ว   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ก็เหลือขั้นตอนที่รัฐบาลจะทำเรื่องเสนอขึ้นไป   ในเรื่องบำเหน็จตอบแทนความดีความชอบ แต่ในส่วนบริษัทที่เขาทำงานก็ดูแลให้อยู่แล้ว”

 

นักข่าวถามถึง  การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแถลงของ นายณรงค์ศักดิ์  โอสถธนาธร  ผบ.ศอร.กรณีแคปซูลของ นายอีลอน มัสก์ ใช้ไม่ได้   กลายเป็นดราม่า พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า

 

“บางสถานการณ์ นายอีลอน มัสก์ ก็พูดกับผมแล้ว  ให้ผมดูที่สนามบินแล้วว่า   อุปกรณ์เป็นแบบนี้ ผมก็ให้คนเข้าไปลองนอน  ลองลากดูแล้ว ไปดูในถ้ำว่าใช้ได้มากน้อยเพียงใด  ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  ผมก็ขอบคุณที่นำมาช่วย อย่าให้ทุกเรื่องเป็นดราม่าไปหมดเลย ผมไม่ได้หมายความว่ามันใช้ไม่ได้   มันก็ต้องทดสอบทดลองก่อน ของเขาได้ใช้ประโยชน์ในหลายสถานการณ์   แต่ในประเทศไทยพื้นที่แคบ    บางอย่างจะไม่สามารถทะลุไปได้ แต่ถ้าเป็นทางน้ำโล่งๆ ก็ใช้ได้  นายอีลอน มัสก์ บอกว่าจะไปหาวิธีการอื่นอีกที เพราะฉะนั้นอย่าพูดอะไรให้เสียหาย ผมคิดว่า ผบ.ศอร.คงไม่ได้มีเจตนารมณ์พูดอย่างนั้น ทีมของเขามาด้วยความเต็มใจ เครื่องบินตัวเองบินมาเอง ผมก็รับทราบ ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องเลย ผมยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวช่วยตัดสินใจว่า   ใช้ได้หรือไม่ได้   สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีและความรู้ประสบการณ์คนของเรา   ก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง พอแล้วเรื่องดราม่าเลิกได้แล้วW

 

นักข่าวถามต่อ  ช่วงนี้นายกฯ ดูเหนื่อยล้า พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า

 

“มีหลายงาน ตั้งกี่สัปดาห์มาแล้ว   เราทำงานมาโดยตลอด   ที่จำได้ตั้งแต่ประชุม ครม.สัญจร เดินทางไปต่างประเทศ กลับมาทำงานต่อ   เจออีก 2 งาน พรุ่งนี้ต้องไปศรีลังกากับภูฏาน เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต้องเดินทุกอย่างไม่ใช่มาจมติดกับปัญหาอย่างเดียว  อยู่ที่การบริหารไม่ใช่ว่าผมไม่รับผิดชอบอะไรเลย เพราะผมเป็น ผบ.ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ ถ้าสถานการณ์ไม่ใหญ่โตกินพื้นที่กว้างขวาง ก็ให้กระทรวงมหาดไทย โดย ปภ.รับผิดชอบ รัฐบาลก็จะสนับสนุน วันนี้ต่างประเทศก็ชื่นชมยินดี เราอย่าทำให้ทุกอย่างเสียหานเลย ผมก็ทำหนังสือขอบคุณทุกประเทศ   และประกาศนียบัตรมอบให้ทีมช่วยเหลือทุกคน ส่วนเรื่องการจัดเลี้ยงต่างๆ จะพิจารณาในเวลาที่เหมาะสม   โดยผู้ที่ทำงานทั้งหมดกำลังปรึกษาหารือกันอยู่กับ รมว.มหาดไทย ให้สถานการณ์มันจบจริงๆ ก่อน วันนี้ยังไม่เรียบร้อย  เรียบร้อยเมื่อไหร่เด็กออกจากโรงพยาบาลนั่นคือจบ วันนี้ ศอร.จะย้ายมาอยู่ที่จังหวัด และในพื้นที่จะเป็นส่วนหลังตามเก็บของเช็กบัญชีต่างๆ และสำนักบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทาน  ต้องไปปรับพื้นที่ สิ่งสำคัญที่เรากังวล  คือ  ต้องปรับสภาพพื้นที่คืนสู่สภาพธรรมชาติเดิมให้เร็วที่สุด และได้สั่งให้คิดต่อไปว่า  ในเมื่อมีน้ำมากจะทำอย่างไรกับน้ำจำนวนนี้จะทำที่กักเก็บน้ำได้หรือไม่W

 

นักข่าวถามว่า ท่านนายกฯ คิดอย่างไรกับเสียงสะท้อน  ชื่นชมบทบาท นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะ ผบ.ศอร.ว่าคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี พลเอกประยุทธ์ว่า

 

“ท่านก็อยู่ตรงนั้นบทบาทของท่านก็ดี   แต่ในส่วนของผมต้องรู้ทุกเรื่อง  เพราะต้องรับผิดชอบ ผมก็โทรศัพท์   ดูภาพอยู่ทุกวัน ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ  มีเจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ ถ้าไม่คับขันผมก็ไม่ลงสั่งการ   เพราะให้กรอบการทำงานไปแล้วให้ชัดเจน   ขอแค่นี้ให้ทุกคนเข้าใจ ไม่ใช่ดูแผนที่คนละฉบับ ผมเอาวิชาการทหารแนะนำไปว่า   การจัดศูนย์ควรจะเป็นอย่างไร   เพื่อไม่ให้สับสนอลหม่าน ขอบคุณที่สื่อส่วนใหญ่เชื่อฟังเข้าใจเหตุและผลว่าทำไมต้องมีการปิดกั้นพื้นที่  ต้องมีการควบคุม รู้ว่าทุกคนต้องการได้ข่าว   แต่ต้องให้ทุกคนรู้ว่า เป็นเรื่องที่ดี   แต่บางทีเรื่องที่ยังไม่ชัดเจนเกิดขึ้นมาแล้วประเมินสถานการณ์ไว้ก่อนบางทีก็หมดกำลังใจ  คนดูท้อแท้ สำหรับผมตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายไม่ได้บอกว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ   เพราะใจคิดว่าจะต้องสำเร็จ   เพราะแรงศรัทธา  เหมือนกับที่ผมทำงานวันนี้ใช้แรงศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน   ถ้าไม่มีแรงศรัทธาก็คงยอมแพ้ อยากให้ทุกคนตั้งมั่นในสิ่งเหล่านี้   เพราะสติปัญญาจะเกิดในการแก้ปัญหา วันนี้สื่ออาจจะต้องลดการเสนอข่าวที่ดราม่าลงไปบ้าง  มันเยอะ   เดี๋ยวจะวุ่นวายไปทั้งหมด สิ่งดีๆ เกิดมาแล้วเดี๋ยวจะเสียไปอีก

 

นักข่าวถาม  มีความเห็นอย่างไรที่ ต่างประเทศจะนำเรื่องราวของการปฏิบัติการที่ถ้ำหลวงฯไปทำเป็นภาพยนตร์ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า

 

“ต้องดูก่อน การทำภาพยนตร์ต้องขออนุญาตก่อน ต้องเอาเค้าโครงเรื่องมาให้ดูว่าจะทำอย่างไร   เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม   มีคณะกรรมการภาพยนตร์ระดับชาติอยู่   ไม่ใช่ใครนึกจะมาถ่ายตรงไหนก็ถ่ายได้  ต้องผ่านกระทรวงวัฒนธรรม   มีคณะกรรมการตรวจสอบ ต้องไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย

 

คำถามนักข่าวว่า นายกฯ รับปากจะพาทีมหมูป่าไปเที่ยวพัทยา พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า

 

“ก็บอกไปแล้ว  เดี๋ยวกระทรวงมหาดไทยจัดการ”

 

นายดอน ปรมัติถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศในตอนบ่ายวันเดียวกัน

 

“กระทรวงการต่างประเทศจะทำหนังสือขอบคุณเพิ่มเติมถึงประเทศที่ส่งความช่วยเหลือให้แก่ไทย มีจำนวนทั้งหมด 20 ประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยที่ทำหนังสือขอบคุณ 7 ประเทศแล้วที่ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น ลาว และเมียนมา รวมถึงจะทำหนังสือขอบคุณประเทศที่เสนอให้ความช่วยเหลือแก่ไทย แต่เราไม่ได้รับมาใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งมีจำนวน 13 ประเทศ  กรณีที่เราไม่ได้ตอบรับข้อเสนอการส่งความช่วยเหลือนั้น ไม่ได้แปลว่าอุปกรณ์เหล่านั้นไม่ดี แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์หน้างานและแผนปฏิบัติการ ทั้งนี้เราเห็นว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในกรณีอื่นได้เป็นอย่างดี   หากเยาวชน 13 คน ต้องการขอบคุณทีมกู้ภัยชาวต่างชาติ กระทรวงการต่างประเทศพร้อมเป็นสื่อกลางช่วยดำเนินการและอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นที่ทั้งหมดจะต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง  สำหรับการดูแลทีมกู้ภัยจากต่างชาติตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสรับสั่งให้ดูแลเป็นอย่างดีนั้น นายดอน กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันให้การดูแลพวกเขาอย่างดี จากนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง  ติดตามไปส่งในวันเดินทางกลับ ส่วนงานเลี้ยงขอบคุณนั้น ต้องดูจังหวะเวลาอีกครั้งว่ามีใครอยู่ต่อได้บ้าง  เพราะมีหลายคณะที่ทยอยเดินทางกลับไปแล้ว ผมทราบว่าทีมสุดท้ายจะเดินทางกลับในวันที่ 14 ก.ค. อาจจะมีการจัดงานเลี้ยงที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตไทย  ที่ประจำการในประเทศนั้นๆก็ได้  นอกจากนี้ ผมคิดว่าในอนาคตอาจมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตบนแหล่งท่องเที่ยวนี้ให้คนมาเที่ยวได้ เพราะเป็นเหตุการณ์ระดับโลก ให้คนได้รู้ว่าเคยมีเหตุการณ์ที่มีความร่วมแรงร่วมใจกันเกิดขึ้นตรงนี้ มีประโยชน์และเป็นบทเรียนของโลก”

 

 

 

matemnews.com 

11 กรกฎาคม 2561