Home ทั่วไป ‘พิชัย นริพทะพันธุ์’ ไล่จี้พลเอกประยุทธ์ลดราคาน้ำมันให้ประชาชนได้แล้ว

‘พิชัย นริพทะพันธุ์’ ไล่จี้พลเอกประยุทธ์ลดราคาน้ำมันให้ประชาชนได้แล้ว

2881
0
SHARE

 

 

“พิชัย” ทวง “บิ๊กตู่” ลดราคาน้ำมันช่วยเหลือประชาชน ชี้ ต้องแก้การผูกขาดพลังงาน แนะ กกพ. ส่งเรื่องกลับบอร์ดใหม่ ปตท. ทบทวนการซื้อโกลว์เพราะไม่โปร่งใสหลายเรื่อง

 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน รัฐบาลพรรคเพื่อไทย  แถลงแก่ผู้สื่อข่าวเมื่อเชข้าวันที่ 7 ต.ค.2561 ว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันมีราคาเพิ่มสูงขึ้นและยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก  จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องที่ตนเคยเสนอไว้ไปพิจารณาช่วยเหลือประชาชนไม่ให้เดือดร้อนไปกว่าเดิม  เรื่องที่ตนเสนอนั้นได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้จริง เช่นเรื่องการลดราคาค่าการตลาด  ลดได้จริงแล้วโดยบริษัทยอมลดลงจากอัตราเดิมที่เคยเก็บถึงลิตรละเกือบสองบาท ลงมาเหลือเพียงลิตรละ 1.26 บาทเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้มีการพิจารณาลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นให้เท่ากับสิงคโปร์โดยไม่ต้องรวมค่าขนส่ง เพราะปัจจุบันโรงกลั่นกำไรจากค่าการกลั่นที่สูงอยู่แล้ว   ขนาดบมจ. ไทยออยล์ ในเครือ ปตท. ยังจะขยายกำลังการกลั่นเพิ่มอีกวันละ 125,000 บาเรล  เพื่อการส่งออก   ขายต่ำกว่าราคาในประเทศ ดังนั้นเหตุใดคนไทยจึงต้องจ่ายสูงกว่าราคาส่งออกซึ่งไม่มีเหตุผล นอกจากจะต้องการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทน้ำมันที่กำไรมหาศาลอยู่แล้วเท่านั้น  และอยากขอให้ลดราคาเอทานอลให้เท่าราคาตลาดโลก เพราะ ราคาน้ำตาลและราคาโมลาสได้ลดลงอย่างมาก  แต่ราคาเอทานอลที่ใช้ผสมน้ำมันแก๊สโซฮอลกลับยังมีราคาสูง

 

ทั้งนี้เชื่อว่าแม้พลเอกประยุทธ์จะพยายามหาว่าตนบิดเบือน  แต่ลึกๆพลเอกประยุทธ์ควรจะต้องเชื่อว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง และหากราคาน้ำมันดิบยังเพิ่มสูงขึ้นไปอีก รัฐก็ควรจะลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อช่วยค่าครองชีพของประชาชน การที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งก็เพราะการปล่อยให้มีการผูกขาดพลังงานมาเป็นเวลานาน จึงต้องแก้ไขเรื่องการผูกขาดนี้ และนโยบายทักษิโณมิกส์เวอร์ชั่นใหม่ จะต้องแก้ไขการผูกขาดทั้งหมดรวมถึง การผูกขาดด้านพลังงานนี้ อีกทั้งต้องไม่ให้ การผูกขาดน้ำมัน ลามไปยังการผูกขาดไฟฟ้าด้วย ทั้งนี้ อยากให้ คณะกรรมการกิจการพลังงาน (กกพ.) ชุดใหม่ ได้พิจารณาส่งเรื่องการซื้อบมจ. โกลว์ของบริษัทไฟฟ้าในเครือ ปตท. กลับไปให้บอร์ดใหญ่ของ บมจ. ปตท พิจารณาใหม่ เพราะมีความผิดปกติในหลายเรื่อง เช่น

 

มีความไม่โปร่งใสว่าจะเป็นการเซ็นทิ้งทวนของประธานบอร์ด  ปตท. คนเก่าที่เพิ่งออกไปหรือไม่ เพราะอนุมัติการซื้อก่อนออกจากตำแหน่งเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น และ ซีอีโอ ปตท. คนเก่า ก็อนุมัติตอนก่อนจะครบวาระเช่นกัน อดไม่ได้ที่จะต้องคิดว่าเป็นการเซ็นทิ้งทวนหรือไม่ เพราะมักจะมีการตำหนินักการเมืองว่าชอบเซ็นทิ้งทวน

 

ดังนั้นก็ไม่ควรจะให้ทำในลักษณะเดียวกัน และหากพิจารณาการขึ้นของราคาหุ้นโกลว์ก่อนที่จะมีการตกลงซื้อขายกันปรากฏว่ามีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  แสดงให้เห็นชัดว่าน่าจะมีการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหุ้น  อยากให้ ก.ล.ต.ได้เข้าตรวจสอบการใช้ข้อมูลภายในในเรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้ ราคาซื้อขายน่าจะสูงกว่าราคาที่ควรจะเป็นมาก  น่าสงสัยว่าจะมีการรับผลประโยชน์จากการซื้อขายครั้งนี้หรือไม่ นี่คือเหตุผลของความผิดปกติและความไม่โปร่งใส

 

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการผูกขาดในการผลิตพื้นที่ตะวันออก   โดยเฉพาะในบริเวณอีอีซี ซึ่งมีผู้ประกอบการปิโตรเคมีหลายบริษัททั้งไทยและต่างประเทศไม่สบายใจที่ บริษัทในเครือ บมจ. ปตท. ซื้อ บมจ. โกลว์ เพราะจะทำให้ บมจ. ปตท. ทราบข้อมูลการใช้ไฟฟัาและปริมาณการผลิต  ซึ่งเป็นความลับของบริษัทที่ไม่อยากให้ บมจ. ปตท ที่ก็ทำธุรกิจปิโตรเคมีเหมือนกันและแข่งขันกันอยู่ได้ทราบ

 

อีกทั้ง บมจ. โกลว์ยังมีการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินในสัดส่วนที่สูง ซึ่งสวนกับแนวทางของ บมจ. ปตท. ที่ต้องการรักษาสภาวะแวดล้อม ดังนั้นจึงน่าจะเป็นความรับผิดชอบของบอร์ดใหม่และ ซีอีโอคนใหม่ของ บมจ. ปตท. ที่จะพิจารณาความโปร่งใสในเรื่องนี้อย่างละเอียด และพร้อมตอบคำถามสังคม และ หลายหน่วยงาน แม้กระทั่ง ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ที่ยังมีข้อสงสัยในความโปร่งใสของการซื้อขายครั้งนี้

 

 

matemnews.com

7 ตุลาคม 2561