Home ข่าวทั่วไปรอบวัน หนุ่ม 18 หึงโหด ฆ่าแฟนสาวลากไปเผากลางป่าลึก !

หนุ่ม 18 หึงโหด ฆ่าแฟนสาวลากไปเผากลางป่าลึก !

82
0
SHARE
หนุ่มนักเรียนวัย 18 ปี หึงโหดแฟนสาววัย 19 ปี และเกิดหึงหวงคิดว่าแฟนสาวเริ่มตีตัวออกห่าง ก่อนนัดเจอกันเพื่อตกลงปัญหา สุดท้ายทะเลาะกันรุนแรงจนแฟนหนุ่มขาดสติเข้าทำร้ายจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปเผาเพื่ออำพรางคดีในป่าลึก สุดท้ายสำนึกผิดให้ญาติพามอบตัวต่อตำรวจ

เมื่อเวลา 07.00 น วันที่ 9 มีนาคม 2564 ตำรวจ สภ.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิต ถูกเผานั่งยางกลางป่าลึกพื้นที่หมู่ 11 บ้านม่วงหอม ต.บ้านกลาง อ.วังทอง รุดตรวจสอบ พบร่างผู้เสียชีวิตสภาพถูกเผานั่งยางเหลือเพียงกองกระดูก สภาพไหม้เกรียม

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบชื่อผู้ตายต่อมา คือ น.ส จุฬารัตน์ กองแก้ว อายุ 19 ปี อยู่ ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งญาติได้แจ้งหายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณบ่ายโมง กระทั่งญาติได้ออกตามค้นหาแต่ก็ไม่พบ จนมาทราบว่าถูก ฆาตกรรมเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต มีชื่อเล่นว่า นายแม้ว อายุ 18 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวังทอง หลังก่อเหตุเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ให้ญาติพามามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ขณะที่ญาติๆและเพื่อนของผู้เสียชีวิตทราบข่าวได้เดินทางมาติดตามคดีที่สถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา

ด้านนางสวี กุนนะ แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายแม้วได้มารับลูกสาวบอกว่าจะพาไปหาหมอ จนกระทั้ง 2 ชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่กลับจึงได้ตามไปสอบถามนายแม้วก็บอกว่าได้มาส่งที่ท่ารถแล้ว จากนั้นจึงได้ออกติดตามหาแต่ก็ไม่พบ จนกระทั้งมารู้ว่าลูกสาวถูกฆาตกรรมก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก ในวันนี้จึงได้นิมนต์พระมาสวดและอัญเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน ส่วนเรื่องคดีก็อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนแฟนหนุ่มใจโหดก็อยากให้มาขอขมาศพด้วย

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้เสียชีวิตและแฟนหนุ่มน่าจะมีเรื่องทะเลาะกัน มาจากความหึงหวงคิดว่าแฟนสาวตีตัวออกห่างเพราะแฟนสาวกำลังจะเข้ามาทำงานในห้างสรรพสินค้าในตัวเมือง จนทำให้แฟนหนุ่มคิดมาก และได้มารับแฟนสาวไปพูดคุยกัน ก่อนจะทะเลาะกันจนกระทั่งลงไม้ลงมือถึงแก่ความตายจากนั้น แฟนหนุ่มเกิดกลัวความผิดจึงได้นำศพมาเพื่อเผาทำลายอำพรางคดีดังกล่าว

ที่มา_ทีมข่าววิภาวดี