Home ข่าวทั่วไปรอบวัน สลดหนุ่มใหญ่วัย 50 ถูกกองขี้เลื่อยไหลลงมาทับดับคาท้ายรถ

สลดหนุ่มใหญ่วัย 50 ถูกกองขี้เลื่อยไหลลงมาทับดับคาท้ายรถ

80
0
SHARE
เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 12 มกราคม 2565 พ.ต.ต.ตรีเนตร นันทกรพิทักษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.บางปูสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายถูกกองขี้เลื่อยทับเสียชีวิตภายในโรงงานแปรรูปไม้สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง ซอยแพรกษา 10 / 2 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานแปรรูปไม้สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ ขนาดใหญ่ ที่บริเวณด้านหลังโรงงานซึ่งเป็นโรงเก็บขี้เลื่อย ได้พบร่างของนายพูลศักดิ์ ไม่ทราบนานสกุล อายุประมาณ 50 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นด้านหน้าโรงเก็บขี้เลื่อยดังกล่าว ในสภาพเนื้อตัวเปื้อนไปด้วยขี้เลื่อนไม้ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด โดยในโรงเก็บขี้เลื่อยยังมีรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อ ฮีโน่ สีเหลือง ทะเบียน 67-3282 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ที่กระบะท้ายบรรทุกขี้เลื่อยอยู่เต็มคัน จึงได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลรามา สมุทรปราการ
จากการสอบถามนายกลม นันทการ อายุ 48 ปี ได้เล่าว่า ตนและผู้ตายขับรถมารับขี้เลื่อยตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวานนี้ เพื่อที่จะนำไปส่งให้ลูกค้าในย่านอ้อมน้อยอ้อมใหญ่ จังหวัดสมุทรสาคร โดยก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายได้ขึ้นไปยืนอยู่บนขอบท้ายกระบะด้านบนเพื่อคอยเกลี่ยขี้เลื่อยที่ถูกปล่อยลงมาจากท่อด้านบนให้กระจายทั่วกระบะ และก่อนเกิดเหตุขี้เลื่อยได้ออกมาตันอยู่ที่ปากท่อ ผู้เสียชีวิต จึงได้ไม้ไปกระทุ้งขี้เลื่อยที่ค้างอยู่ปากท่อ ขณะที่กำลังกระทุ้งขี้เลื่อยได้ไหลทะลักออกมาจากท่อจำนวนมากก่อนที่ลงมาทับร่างผู้เสียชีวิตจมหายลงไปในกระบะท้ายรถ ด้วยความตกในตนจึงได้ตะโกนเรียกเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาช่วยกันค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากกองขี้เลื่อยได้พบว่าแน่นิ่งไปแล้ว จึงได้โทรศัพท์แจ้งกู้ชีพมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ มาให้การช่วยเหลือแต่พบว่าเสียชีวิตก่อนแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระหว่างที่ผู้ตายจมอยู่ในกองขี้เลื่อยที่ไหลทะลักลงมาทับร่างจนจมหายไปใต้กองขี้เลื่อยจึงทำให้ไม่มีอากาศหายใจนานกว่า 10 นาทีกว่าที่เพื่อนร่วมงานจะช่วยเหลือขึ้นมาได้จึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
***************************
ที่มา_น้าหนวดนิวส์