Home ข่าวประชาสัมพันธ์ Thaitrade.com ร่วมกับ ม.รังสิต สร้างผู้ช่วยขาย E-Commerce รุ่นใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ขายของออนไลน์ข้ามพรมแดนบนแพลตฟอร์มระดับสากล

Thaitrade.com ร่วมกับ ม.รังสิต สร้างผู้ช่วยขาย E-Commerce รุ่นใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ขายของออนไลน์ข้ามพรมแดนบนแพลตฟอร์มระดับสากล

110
0
SHARE

Thaitrade.com โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ Amazon Global Selling (ประเทศไทย) บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมเปิดตัวโครงการ “Thaitrade.com’s Young e-Entrepreneurs” โดยได้รับเกียรติจากนายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 25 มกราคม 2562 ณ ห้องออดิทอเรี่ยม อาคาร 11 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต จังหวัดปทุมธานี

นายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “โครงการ “Thaitrade.com’s Young e-Entrepreneurs” มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยที่เป็น สมาชิกผู้ขายบนเว็บไซต์ Thaitrade.com ให้สามารถขายสินค้าไปต่างประเทศผ่านเว็บไซต์ชั้นน าระดับสากลได้ จากเดิมในรูปแบบขายส่ง (B2B) ไปเป็นรูปแบบขายปลีก (B2C) ระหว่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้ได้รับเกียรติจากพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งระหว่างประเทศอย่างบริษัท ดีเอชแอลฯ ออนไลน์มาร์เก็ตเพลสระดับโลกของอเมริกาอย่าง Amazon.com และเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นก าลังส าคัญของ โครงการฯ จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต มาเสริมทัพ กรมฯ มองว่า คนรุ่นใหม่ที่มีความคุ้นเคยกับ เทคโนโลยีจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการและช่วยลดอุปสรรคในด้านการตลาดอีคอมเมิร์ซได้ อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ทางกรมฯ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการไทยที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ Thaitrade.com จำนวน 10 บริษัท จากกลุ่มสินค้าประเภท สินค้าเครื่องนุ่งห่ม สินค้าแม่และเด็ก และอะไหล่รถยนต์ เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากเป็น กลุ่มสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมและสามารถเติบโตได้มากในตลาดค้าปลีกต่างประเทศ โดยทางกรมฯ หวังว่า โครงการนี้จะเป็นโครงการนำร่องที่สามารถเพิ่มโอกาสทางการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนในรูปแบบขายปลีกให้กับ ผู้ประกอบการไทย สามารถสร้างยอดขายได้จริง รวมทั้งเป็นต้นแบบให้กับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในกลุ่ม สินค้าอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการก้าวสู่ตลาดการค้าออนไลน์ ในอนาคตกรมฯ มีความยินดีที่จะร่วมมือกับทุก มหาวิทยาลัย และพร้อมดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกำลังหลักในการผลักดันธุรกิจไทยในยุคดิจิทัล” นายวิทยากร กล่าว

นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า“อุปสรรคหนึ่งที่ท าให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถไปสู่ ตลาดออนไลน์ระหว่างประเทศได้ ก็คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับ International Logistics ซึ่งมีหลายส่วนที่ ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง ตรงส่วนนี้ทาง DHL Express จะมาเติมเต็มเรื่องความรู้ทั้งด้านต้นทุนการขนส่ง กระบวนการการขนส่งสินค้า กฎระเบียบในแต่ละประเทศที่ต่างกันไป และการใช้ประโยชน์จากโลจิสติกส์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ซื้อในโลกของอีคอมเมิร์ซ หลายๆ คนจะมองว่าลอจิสติกส์ไม่ส าคัญและพยายาม จะลดต้นทุนตรงนี้ แต่ถ้าผู้ประกอบการเข้าใจและใช้ประโยชน์จากโลจิกติกส์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดกลยุทธ์ ด้านราคาสินค้า การใช้ความรวดเร็วของการขนส่งในการสร้างรีวิวที่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและทำให้ เกิดการซื้อซ้ำ ดังนั้นโลจิสติกส์จึงสำคัญกับการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในการค้าออนไลน์”

นางสาวจารุสตรี สุขเกษม หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการขายทั่วโลกประเทศไทย Amazon Global Selling (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ทาง Amazon เล็งเห็นศักยภาพของสินค้าไทยว่าเป็นที่ต้องการของ ตลาดอเมริกา และพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายฐานการค้าสู่ตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเรา พบว่าปัจจุบันผู้ประกอบการไทยอาจจะยังขาดความพร้อมในด้านต่างๆ อาทิเช่น การสร้างคอนเทนต์ ภาษาอังกฤษเพื่อนำเสนอสินค้าในตลาดต่างประเทศ การปรับรูปแบบการค้าจากการค้าส่งมาเป็นค้าปลีก (B2C) รวมถึงยังขาดประสบการณ์ในการท าการตลาดบนออนไลน์มาร์เก็ตเพลส โครงการนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะจะได้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวเข้ากับการขยายธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มของAmazon ได้เร็วขึ้นและสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ซึ่งเป็น Global service ของ Amazon ให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุดกับธุรกิจได้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฏา ศรีแผ้ว คณบดีวิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สนับสนุน นักศึกษาเข้าร่วมโครงการกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับเลือก ถือเป็นโครงการที่ดีต่อ นักศึกษาที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานจริง สอดคล้องกับทางมหาลัยที่สอนลักษณะเลคเชอร์ให้น้อยลง แต่ เน้นการเรียนรู้ตามกิจกรรม (Activity based learning) มากขึ้น โดยถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้จาก บริษัทชั้นนำอย่าง DHL และ Amazon.com รวมถึงเว็บไซต์Thaitrade.com ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่าง ประเทศ เราดีใจมากที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ของหน่วยงานราชการ เราคาดหวังว่าเด็กที่มาร่วมโครงการนี้ เด็กๆจะได้อาวุธติดไม้ติดมือไปเพื่อพร้อมที่จะแข่งขันในโลกของไอที ดิจิทัลดิสรัปชั่น”

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการในครั้งต่อไปหรือต้องการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ Thaitrade.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์Thaitrade.com ได้ที่ 02-507-7825 หรือ Call Center 1169 หรือ www.facebook.com/ThaiTradedotcom หรือ contact@thaitrade.com