Home ทั่วไป พลเอกประยุทธ์พกเครื่องวัดค่าฝุ่นจิ๋วติดตัวตลอด

พลเอกประยุทธ์พกเครื่องวัดค่าฝุ่นจิ๋วติดตัวตลอด

116
0
SHARE

ในการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนที่ห้องโถงล่าง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล หลังประชุมครม. อังคาร 5 ก.พ.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  นำเครื่องวัดค่าฝุ่ยจิ๋วติดตัวมาด้วย และคอยวัดเป็นระยะๆ  โดยกล่าวแถลงข่าวว่า

“ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา  มีทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ก็จะมีการปิดโรงงานในช่วงบางเวลา หากมีความจำเป็นจริงๆ   เพราะจากการตรวจโรงงาน 100,000 โรงงาน พบว่ามีความเสี่ยงประมาณ 1,700 โรงงาน  สั่งการให้หยุดปรับปรุงประมาณ 600 โรงงาน ส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ต้องใช้ความร้อนด้วยการต้มน้ำ   ไม่อยากให้มองว่าการฉีดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องตลก เพราะถือเป็นการช่วยเหลือของภาคประชาชนด้วยกัน  อย่างน้อยก็สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดใหญ่ได้  ขณะที่ประชาชนจะต้องไม่เผาวัชพืชในที่โล่ง   การสั่งปิดโรงเรียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะเป็นห่วงสุขภาพเด็กเล็ก เนื่องจากค่าฝุ่นละออง PM2.5 จะส่งผลกระทบต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ  และอยากขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ให้ช่วยเหลือกัน ไม่ว่าจะเป็นการการแจกจ่ายหน้ากากป้องกัน เหมือนกับที่มีการแจกจ่ายกันในเวลานี้  ถือเป็นความร่วมมือกันของคนไทย   ฝุ่นละออง PM2.5 – PM10  ส่วนใหญ่แล้วมาจากการใช้รถยนต์บนท้องถนน ที่มีกว่า 50% ดังนั้นจึงต้องมาดูว่าจะแก้ไขปัญหาการใช้รถยนต์บนท้องถนนได้อย่างไร  ตั้งเป้าว่าจะต้องลดลงให้เหลือ 35% ให้ได้  ดังนั้นต้องดูไปถึงตัวเครื่องยนต์ เช่น ไส้กรองอากาศ ระบบการใช้น้ำมัน  พร้อมหามาตรการช่วยเหลือ  เมื่อไม่สามารถนำรถยนต์ดีเซลมาใช้ได้แล้ว ก็ต้องหามาตรการอื่นมาทดแทน   ถือว่ามีผลกระทบต่อโดยรวม  ถ้าทุกคนร่วมมือกัน ก็จะแก้ปัญหาได้ แต่ไม่ควรให้ร้ายซึ่งกันและกัน เพราะปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดมาในปีนี้ แต่ปัญหาเหล่านี้เกิดกับทุกเมืองใหญ่ๆ  จากมาตรการที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สามารถลดค่าฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐานได้ จึงขอความร่วมมือผู้ใช้รถยนต์ดีเซลให้ตรวจสภาพเครื่องยนต์ ให้อยู่ในระดับมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ มีการสำรวจว่ารถยนต์ที่ใช้ตามท้องถนน ได้ติดตั้งเครื่องลดมลพิษหรือไม่  ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ไปหาวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว เพราะบางครั้งรถยนต์มีเครื่องลดมลพิษอยู่แล้ว แต่บางคนก็ถอดออก ส่วนการรณรงค์ให้ใช้รถพลังงานไฟฟ้า รัฐบาลได้ลดภาษีของรถพลังงานไฟฟ้าลงแล้ว แต่แบตเตอรี่ที่ใช้นั้นมีราคาแพง จึงต้องมีการพัฒนาต่อไปเหมือนกับหลายประเทศในอาเซียนที่เริ่มใช้กันแล้ว  ถือเป็นการเตรียมการสู่อนาคต”

matemnews.com

5 กุมภาพันธ์ 2562