Home ทั่วไป บุกรวบ ดร.เซปิง คาบ้านพัก!

บุกรวบ ดร.เซปิง คาบ้านพัก!

90
0
SHARE

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.62 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถึงการจับกุม น.ส.เซปิง  ไชยศาส์น ซึ่งโฆษณาว่าตนเองนั้นจบด็อกเตอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมใบหน้า และโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถทำศัลยกรรมได้ดีที่สุด ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน มูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค.62  มีกลุ่มผู้เสียหาย 7 คน มาร้องทุกข์ต่อ ศปอส.ตร. ให้ดำเนินคดี น.ส.เซปิง กับพวก ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดอาญาฐานใดๆ ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับคดีนี้ ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียหายได้เปิดดูรายการโทรทัศน์ ซึ่งมีเนื้อหารายการเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมในโครงการ “เฟสออฟบายด็อกเตอร์เซปิง” ซึ่ง น.ส.เซปิง  ได้โฆษณาว่าตนเองนั้นจบด็อกเตอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมใบหน้า และโฆษณาชวนเชื่อว่า สามารถทำศัลยกรรมได้ดีที่สุด ใบหน้าบวมขึ้นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ไม่มีรอยช้ำ และทำให้อ่อนเยาว์ลง 10-20 ปี

นอกจากนั้นยังมีการยื่นข้อเสนอลดราคาค่าบริการให้ถูกลง กลุ่มผู้เสียหายจึงหลงเชื่อชำระค่ามัดจำในการจองคิววันผ่าตัด โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 391-1-054646-6 ชื่อบัญชี โครงการ เฟซออฟ โดย นายบทมากร วัฒนะนนท์ และตัดสินใจทำศัลยกรรมในโครงการดังกล่าว และทางโครงการได้นัดหมายให้ผู้เสียหายไปพบ น.ส.เซปิง ที่โครงการ โดย น.ส.เซปิง  จะทำการจับตรวจใบหน้าพร้อมกับแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่าจะต้องทำศัลยกรรมใบหน้าอย่างไรบ้าง

จากนั้นจะมีการนำเอกสารต่างๆมาให้เซ็น และจะมีการเรียกเก็บค่าบริการทันที และมียอดค่าบริการเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่แจ้งไว้มาก หากผู้ใดไม่มีชำระก็จะใช้วิธีพูดโน้มน้าวหรือให้ผ่อนชำระได้ ผู้เสียหายจึงยอมทำศัลยกรรมตามโครงการดังกล่าว และชำระเงินไป จากนั้นจึงนัดวันผ่าตัด ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง ซอยลาดพร้าว 94 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วผลที่ได้รับกลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ บางคนใบหน้าบวมและปวดมาก และจะมีอาการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 2-3 เดือน หรือมีอาการชา บริเวณศีรษะ และหลังจากที่อาการบวมหายไปแล้ว ปรากฏว่าใบหน้าของผู้เสียหายกลับไม่สวย ยังคงมีริ้วรอย ไม่ได้อ่อนวัยลง และกลับมีรอยแผลเป็นเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามที่มีการโฆษณาไว้แต่อย่างใด ทำให้สูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก หลักจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลได้อนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 1 เมษายน 2562

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  กล่าวอีกว่า จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ลุมพินี/หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 14 (ศปอส.ตร.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.ภ.1 ร่วมสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสอง อาศัยอยู่ที่บ้านพักย่านถนนรัตนาธิเบศ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงขอหมายค้นเพื่อเข้าบ้านหลังดังกล่าว พบ ดร.เซปิง ไชยศาส์น และนายบทมากร วัฒนะนนท์ ผู้ต้องหาตามหมายจับและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาและนำส่ง สภ.บางศรีเมือง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ