Home ทั่วไป “พิชัย นริพทะพันธุ์” ชี้ หมดยุคเผด็จการ

“พิชัย นริพทะพันธุ์” ชี้ หมดยุคเผด็จการ

114
0
SHARE


“พิชัย นริพทะพันธุ์”  ชี้ หมดยุคเผด็จการ แนะ หน่วยงานราชการ และองค์กรอิสระ เช่น กกต. ต้องกลับมารับใช้ประชาชน  เพื่อสร้างความมั่นใจจากต่างประเทศ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว. พลังงาน กล่าวว่า อยากขอเตือนให้หน่วยงานราชการ และ องค์กรอิสระ ได้ปรับตัวรองรับประเทศที่เข้าสู่โหมดประชาธิปไตยแล้วหลังจากมีการเลือกตั้ง อย่าได้พยายามรับใช้เผด็จการอีกและต้องเลิกความคิดจะเป็นเผด็จการด้วย การที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง  กกต. จัดการเลือกตั้งแล้วเกิดปัญหาและความคลางแคลงใจมากมายในหมู่ประชาชนส่วนใหญ่แต่กลับไปฟ้องร้องคนวิพากษ์วิจารณ์ กกต. ทำตัวเองเหมือนเป็น คสช. ที่คนแตะต้องไม่ได้นั้น ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หาก กกต. ทำงานได้ดีไม่มีข้อผิดพลาดจำนวนมากเหมือนที่เป็นอยู่ คนวิพากษ์วิจารณ์ก็คงไม่มีใครเชื่อ ดังนั้น อยากให้ กกต. ได้ปรับความคิดเลิกอิงแนวคิดเผด็จการ ยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์และหาทางปรับปรุงแก้ไข และ สร้างความโปร่งใสเพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับมา เพราะขณะนี้ความน่าเชื่อถือของ กกต. แทบจะไม่เหลือแล้ว และยังเที่ยวฟ้องร้องคนอื่นอีกก็ยิ่งจะเสื่อมมากขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานราชการก็ต้องปรับความคิดเลิกรับใช้เผด็จการและเลิกคิดแบบเผด็จการได้แล้ว การที่กระทรวงต่างประเทศออกมาแถลงว่า   นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชิญทูตานุทูตจากประเทศต่างๆไปสังเกตการณ์ที่สถานีตำรวจเอง ก็ไม่ทราบจะแถลงทำไมในเมื่อทูตจากประเทศต่างๆเป็นห่วงระบบยุติธรรมของไทยและต้องการไปสังเกตการณ์  ไม่ว่าใครเชิญหรือไม่เชิญก็ไม่เห็นต่างกัน กระทรวงต่างประเทศน่าจะสะท้อนความจริงว่าการที่ทูตจากประเทศต่างๆไปสถานีตำรวจแสดงว่าพวกเขากังวลและไม่เชื่อมั่นระบบยุติธรรมของไทยใช่หรือไม่ และชี้แจงให้รัฐบาลและ คสช. เร่งแก้ไขภาพพจน์ดังกล่าว นอกจากนี้ การที่กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันว่าการส่งออกปีนี้จะโต 8% เพื่อสร้างเครดิตรัฐบาลและคสช. ซึ่งเป็นไปแทบไม่ได้เลย เพราะการส่งออกติดลบติดต่อกันมา 4 เดือนแล้ว การแถลงข่าวของกระทรวงพาณิชย์ที่แจ้งว่าการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัว 5.9% แทนที่จะบอกความจริงว่าการส่งออกติดลบ 4.9% แต่เพราะไปรวมการส่งคืนอาวุธยุทโธปกรณ์ของการฝึกคอบร้าโกลด์ด้วยจึงทำให้กลายเป็นบวก แต่ประเทศไม่ได้รับรายได้จริง ควรจะต้องเลิกทำได้แล้วแบบนี้  และที่สำคัญที่สุดกองทัพควรต้องวางตัวเป็นกลางไม่ใช่ออกมาสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สร้างความสับสนให้ต่างประเทศคิดว่าหากไม่ได้รัฐบาลตามที่กองทัพคาดไว้อาจจะเกิดการปฏิวัติได้ เรื่องเหล่านี้จะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของประเทศไทยต่อเนื่องไปอีก หลังจากที่ย่ำแย่กันมากว่า 5 ปีแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้มีการปรับความคิด และ การปฏิบัติให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุดอีก 

matemnews.com 

8 เมษายน 2562