Home ทั่วไป เครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชน บุก กกต. ให้ยุติการดำเนินคดีประชาชน

เครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชน บุก กกต. ให้ยุติการดำเนินคดีประชาชน

41
0
SHARE

เฟชบุ้ค นิติ รักความถูกต้อง คนตรงรักความถูกต้อง

10 เมษายน 2562 เครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชน รวมตัว เรียกร้อง ต่อ กกต. ให้ยุติการดำเนินคดีประชาชน และดำเนินการเลือกตั้งด้วยความโปร่งใส

.

เวลา 11.30 น. ตัวแทนเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิมนุษยชน (คนส.) นำโดย รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อ่านจดหมายเปิดผนึก และยื่นหนังสือต่อ กกต. โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่

.

1) กกต. ต้องเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงวิธีการรวบรวมผลการนับคะแนน เนื่องจากผลคะแนนรวมที่ กกต. รายงานไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ และ กกต. ยังไม่ได้ชี้แจงในประเด็นนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ การเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งซึ่งประชาชนร่วมเป็นประจักษ์พยานจะช่วยแก้ปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยได้ หากผลคะแนนไม่ตรงกัน กกต. ก็ต้องนับใหม่ให้สิ้นข้อสงสัย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับผลคะแนนรวมในที่สุด

.

2) กกต. ต้องเปิดเผยวิธีการและขั้นตอนการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการเลือกตั้งที่สาธารณะควรได้รับทราบและตรวจสอบความถูกต้องโปร่งใสรวมทั้งใช้ในการประกอบการตัดสินใจตั้งแต่ต้น การแถลงข่าวของ กกต. ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ระบุวิธีการลงคะแนนที่ชัดเจนยิ่งก่อให้เกิดข้อกังขาว่าอาจมีการนำวิธีการคำนวณที่ไม่ถูกต้องมาใช้ในทางที่เอื้อประโยชน์บางฝ่าย หาก กกต. ไม่เร่งสร้างความกระจ่าง รวมทั้งไม่นำวิธีการคำนวณที่ถูกต้องที่ฝ่ายต่างๆ เสนอมาประกอบการพิจารณา การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต. ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน

.

3) กกต. ต้องถอนฟ้องประชาชนที่แชร์การลงชื่อถอดถอน กกต. ใน Change.org รวมถึงประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน กกต. ในลักษณะอื่น เพราะการลงชื่อและการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานรัฐและเป็นการใช้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองตามกติการะหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี มิได้มีเจตนาจะหมิ่นประมาท กกต. ตามที่ กกต. ฟ้องร้องแต่อย่างใด แทนที่จะใช้กฎหมาย “ปิดปาก” หรืออาศัยกระบวนการยุติธรรมคุกคามประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ กกต. ควรหักล้างข้อกล่าวหาและวิพากษ์วิจารณ์ด้วยข้อเท็จจริงและด้วยเหตุด้วยผล

.

นอกจากนี้ การฟ้องร้องดำเนินคดีผู้แชร์การลงชื่อถอดถอน กกต. จำนวน 7 คนไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน มีลักษณะเป็นการสุ่มเลือกภายใต้เป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป คนส. จึงได้รวบรวมรายชื่อนักวิชาการที่ลงชื่อและแชร์การถอดถอน กกต. ใน Change.org จำนวน 121 คนตามเอกสารแนบท้ายมายื่น กกต. เพื่อแสดงการสนับสนุนผู้ถูกฟ้องร้องและเรียกร้องให้ กกต. ถอนฟ้องทุกคนที่ผ่านมา หรือไม่ก็ต้องดำเนินคดีกับนักวิชาการตามรายชื่อนี้ที่พร้อมจะสู้คดีต่อไป

.

ในวันเดียวกัน เวลา 11.45 น. เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมและสิทธิมนุษยชน ก็ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต ด้วยเช่นกัน โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่

.

1. ขอให้ กกต. ดำเนินการถอนคำร้องทุกข์กับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 คนโดยทันที และยุติการแจ้งความต่อประชาชนอื่นที่เผยแพร่รณรงค์และเข้าร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.

.

2. ขอให้เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งแยกเป็นรายหน่วยของทุกหน่วยการเลือกตั้ง โดยต้องเป็นหน้าที่ของ กกต. ในการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะให้ประชาชนทุกคนในฐานะผู้มีส่วนได้เสียกับผลการเลือกตั้งสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก มิใช่ผลักภาระให้ประชาชนแต่ละคนต้องเดินทางไปดำเนินการยื่นเรื่องขอคัดถ่ายสำเนาข้อมูลและเสียค่าใช้จ่ายจากแต่ละหน่วยหรือเขตเลือกตั้งเอง

.

3. การคำนวนที่นั่ง ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด ซึ่งหมายถึงการจัดสรรที่นั่งให้กับพรรคการเมืองที่คำนวณตาม พ.ร.ป.ฯ มาตรา 128 (2) (3) แล้วได้ผลลัพธ์ตาม (3) เป็นจํานวนเต็มก่อน และภายใต้กติกาตามมาตรา 128 (5) ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดมีที่นั่ง ส.ส. เกินจํานวนที่จะพึงมีได้ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่ง คือ ตามผลคะแนนเลือกตั้งที่ กกต. เผยแพร่ล่าสุด พรรคการเมืองที่จะได้รับจัดสรรที่นั่ง ส.ส. อย่างน้อย 1 ที่นั่ง ต้องได้รับคะแนนจากประชาชนรวมทุกเขตเลือกตั้ง อย่างน้อย 71,065 คะแนนเสียง เป็นอัตราส่วนเดียวกันทุกพรรคการเมือง

matemnews.com 

10 เมษายน 2562