Home ทั่วไป อาจารย์เดชายกคณะบุกปปช.แล้ว ได้คำตอบวิจัยและแจกกัญชารักษาผู้ป่วยต่อได้หรือไม่

อาจารย์เดชายกคณะบุกปปช.แล้ว ได้คำตอบวิจัยและแจกกัญชารักษาผู้ป่วยต่อได้หรือไม่

98
0
SHARE

นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ  สุพรรณบุรี

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ มูลนิธิชีววิถี

น.ส.รสนา โตสิตระกูล มูลนิธิสุขภาพไทย

น.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ มูลนิธิเกษตรยั่งยืน (ประเทศไทย)

น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

ยกคณะไปที่สำนักงาน ปปส.ดินแดง กรุงเทพฯ เมื่อเช้าวันที่ 11 เม.ย.2562  พบ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการที่ ปปส.นำตำรวจสุพรรณบุรี เข้าตรวจค้น  และยึดกัญชาที่ปลูกไว้ พร้อมน้ำมันกัญชาที่สกัดแล้ว เป็นของกลาง  จับ “อาจารย์ซ้ง” นายพรชัย ชูเลิศ  ที่อยู่ในมูลนิธิมาโรงพัก ตั้งข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษ นำตัวส่งศาลขออำนาจฝากขังผัดแรก ต้องวางเงินประกันตัว 5 แสนบาท  ทั้งที่ขณะนี้อยู่ในช่วงที่มีกฎหมายนิรโทษกรรม  ให้ผู้ครอบครอง ผู้ใช้ ผู้รักษาคนป่วย มาแจ้งที่ อย.เพื่อนิรทษกรรม ระหว่างวันที่ 19 ก.พ.ถึง 19 พ.ค.2562  หลังกบกันแล้วร่วมกันแถลงข่าว

ร่วมแถลงกรณีการจับกุมการมีกัญชาไว้ในครอบครองกัญชาเพื่อการแพทย์ ในระหว่างรอยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562

นายนิยม เติมศรีสุข แถลงว่า  การพูดคุยหารือกับ อาจารย์เดชา และคณะ เกี่ยวกับการเข้าจับกุม นายพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญ ฐาน “ผลิตและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต” นั้น เข้าใจว่าการตีความกฎหมายของแต่ละฝ่ายไม่เหมือนกัน  เพราะมีเงื่อนไขในช่วงนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาในกรอบเวลา 90 วัน โดยทาง ปปส. ขอชี้แจงว่า  หากผู้ที่ต้องการครอบครองกัญชาจะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือ สาธารณสุขจังหวัด เสียก่อน หากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมระหว่างยื่นเรื่องก็จะมีข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า นาย ก. ยื่นเรื่องขออนุญาตไปทาง อย. โดยอยู่ระหว่างดำเนินการ และกำลังนั่งแท็กซี่ไป อย. เพื่อทำตามขั้นตอนก็มีหลักฐานยืนยันได้ แต่ถ้า นาย ก. ไม่เคยประสานไปยัง อย. แต่ถูกจับบนแท็กซี่พร้อมอ้างว่ากำลังเดินทางไปขออนุญาต ลักษณะเช่นนี้ถือว่าทำผิดกฎหมายเพราะไม่ได้แจ้งไปยัง อย. ล่วงหน้า แต่มาอ้างว่าจะไปยื่นเรื่องในทันที ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลเกิดการลักลอบขนกัญชาเกิดขึ้นได้  สำหรับการยื่นเรื่องขออนุญาตครอบครองนั้น อาจารย์เดชา ขอเป็นรายบุคคลและไม่ได้ทำในนามมูลนิธิฯ ส่วนของกลางที่ยึดมา เช่น ต้นกัญชา น้ำมันสกัดจากกัญชาประมาณ หรือ เมล็ดกัญชา และเรื่องคดีความของ นายพรชัย ขอเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนท้องที่เป็นผู้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ยืนยันว่า ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ อาจารย์เดชา ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ได้พูดคุยกับอาจารย์เดชา เกี่ยวกับการทำกัญชาเพื่อการแพทย์รักษาผู้ป่วยในอนาคตเพื่อหาทางออกร่วมกันอีกด้วย”

อาจารย์เดชาแถลงว่า ตนได้พูดคุยถึงจุดยืนกับ นายนิยม และเข้าใจว่าตนไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ต่อตัวเอง แต่ทำเพื่อรักษาผู้ป่วย ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการตีความหมายต่างกัน สำหรับการจับกุม นายพรชัย ในระหว่างที่ตนเดินทางไปต่างประเทศนั้นเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำตามกฎหมายและโชคดีที่ตนไม่ถูกจับ พร้อมทั้งเป็นความโชคดีของ ปปส. ที่ไม่ได้จับตนเพราะไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ขอให้มองไปถึงอนาคตว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างไร เพราะข้อจำกัดของกฎหมายในปัจจุบันเยอะมากแต่ผู้ป่วยไม่สามารถรอได้นั้นเอง  การพูดคุยได้มีข้อตกลงปฏิบัติทั้ง 2 ฝ่าย โดยทาง ปปส. ทำหน้าที่ของท่านไป  และช่วยสนับสนุนเกี่ยวกับกฎหมายที่ยังมีข้อบกพร่อง ส่วนทางมูลนิธิฯ ก็จะดำเนินการรักษาวิจัยต่อไปและให้ผลการปฏิบัติแสดงออกมาให้สังคมได้เห็นว่าฝ่ายใดทำตามข้อตกลงได้หรือไม่ โดยความคิดเห็นส่วนตัวอยากเสนอถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 เพราะติดปัญหาตรงจุดนี้มากมาย

น.ส.รสนา   แถลงว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการขอยื่นเรื่องให้ อาจารย์เดชา ขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน โดยมีเงื่อนไขต้องให้ชาวบ้านในพื้นที่ หน่วยงานปกครองท้องถิ่น หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล มาช่วยรับรองตามขั้นตอน ทั้งนี้ ต้องการให้หน่วยงานรัฐชี้แจงว่าทางมูลนิธิฯ ยังสามารถดำเนินโครงการนี้ต่อไปได้หรือไม่เพื่อศึกษาวิจัยและรวบรวมข้อมูลสำหรับต่อยอดการทำงานในอนาคตต่อไป รวมถึง ชี้แจงกับผู้ป่วยที่ต้องรับยาสกัดจากกัญชาว่าจะไม่ถูกดำเนินคดีหลังพ้นช่วงนิรโทษกรรม 90 วันไปแล้ว

https://www.facebook.com/biothai.net/photos/a.467826533255873/2249215658450276/?type=3&theater

matemnews.com 

11 เมษายน 2562