Home ข่าวประชาสัมพันธ์ สานสัมพันธ์ไทย-ลาว ผ่าน “อาสายุวกาชาด”

สานสัมพันธ์ไทย-ลาว ผ่าน “อาสายุวกาชาด”

87
0
SHARE

วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 19.00 น. บริเวณศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ เป็นประธานในพิธีเปิดและต้อนรับคณะอาสายุวกาชาดไทย-ลาว จำนวน 154 คน โดยสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และองค์การกาแดงลาว จัด “โครงการพัฒนาศักยภาพอาสายุวกาชาดไทย-ลาว (Thai-Lao Red Cross Youth Volunteers Capacity Building)” ระหว่างวันที่ 15-18 สิงหาคม 2562 ซึ่งในตลอด 4 วันกลุ่มยุวกาชาดที่กำลังเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศของตน ได้เข้าค่ายอบรมร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน

นางสาวธาริกา วงศ์สินศิริกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด กล่าวว่า สำนักงานยุวกาชาด เป็นหน่วยงานหนึ่งของสภากาชาดไทย ที่มีภารกิจหลักในการปลูกฝังเยาวชนอายุระหว่าง 15-30 ปี ให้เป็นคนดี เก่ง รอบรู้ สุขภาพดี และเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนเหล่านี้ ให้เป็นที่พึ่งพาได้ของสังคม พร้อมเป็นกำลังสำคัญให้แก่ประเทศชาติต่อไป

ดังนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ในปี 2562 สำนักงานยุวกาชาด จึงร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และองค์การกาแดงลาว ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณบางส่วนจากคณะกรรมการกาชาดสากล จัด “โครงการพัฒนาศักยภาพอาสายุวกาชาดไทย-ลาว (Thai-Lao Red Cross Youth Volunteers Capacity Building)” ในรูปแบบค่ายพักแรมขึ้น โดยมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 154 คน ประกอบไปด้วย เยาวชนไทยจำนวน 126 คน และเยาวชนลาวจำนวน 28 คน พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรกาแดงลาว จำนวน 9 คน

ตลอดระยะเวลา 4 วัน 3 คืนนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการฯจะได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะ เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการดูแลผู้สูงอายุ พร้อมส่งเสริมความเข้าใจในงานอาสาสมัครของสภากาชาดไทย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องกาชาดสากล สภากาชาดไทย หลักการกาชาด และการใช้เครื่องหมายกาชาดอีกด้วย

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ซึ่งมีฐานะเป็นนายกสำนักงานเหล่ากาชาดนครพนม กล่าวว่ารู้สึกเยาวชนที่ยุวกาชาดมีทั้งเป็นนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ต่างให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งเยาวชนทั้งของนครพนมและเยาวชนผู้แทนขององค์การกาแดงลาว อนาคตจะเป็นกำลังสำคัญของชุมชนและของประเทศ จะได้ใฝ่หาความรู้ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในการพัฒนาความรู้ ทักษะของตนเอง อันเป็นองค์ประกอบอันดับแรกของการเป็นเยาวชนที่ดี เพื่อจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปในภายหน้า