Home ข่าวทั่วไปรอบวัน ตร.คาดเหตุปล้นทองนาทวี เกี่ยวข้องคดีความมั่นคง!

ตร.คาดเหตุปล้นทองนาทวี เกี่ยวข้องคดีความมั่นคง!

94
0
SHARE

คนร้ายบุกปล้นร้านทอง “ห้างทองสุธาดา” กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวานนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00น. วันนี้ (25ส.ค.) ทาง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรววจภูธรภาค9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งได้เรียกประชุมตำรวจทั้งฝ่ายสอบสวนและฝ่ายสืบสวนเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีและการหาเบาะแสของคนร้าย

ซึ่งคดีนี้ได้มีการประสานการทำงานกันทั้งตำรวจใน จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ และ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คนร้ายจี้รถตู้มาก่อเหตุ

ส่วนการตรวจสอบทองคำภายในร้านรวมทั้งเครื่องเพชร และทองคำแท่งที่คนร้ายขโมยมีมูลค่าถึง 85,710,000 บาท โดยเป็นทองรูปพรรณน้ำหนักถึง 2400 บาท แยกเป็นทองที่วางขายหน้าร้านหนัก 2,300 บาท มูลค่า 62 ล้านบาท ทองที่ลูกค้านำมาจำนำ 1,000 บาทมูลค่า 23 ล้าน แหวนเพชรสร้อยคอเพชร มูลค่า 500,000 บาท และทองคำแท่ง5 แท่ง 101,000บาท ส่วนรถตู้คันที่คนร้ายขับมาก่อเหตุนั้นได้ถูกส่งไปตรวจสอบที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน10 จ.ยะลา

ภายหลังหารือแล้ว พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรววจภูธรภาค9 เผยว่า จนท.ดูลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายให้น้ำหนักเชื่อมโยงว่าเกี่ยวกับคดีความมั่นคงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก20 เปอร์เซ็นต์ ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ถึงจะฟันธงและสรุปได้ เพราะพฤติกรรมก่อเหตุคล้ายคดีปล้นเต็นท์รถที่ อ.นาทวี เมื่อปี 60

โดยคนร้ายที่ลงมือปล้นร้านทอง จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานมีอย่างน้อย17-20 คน และมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำเป็นอย่างดี ทั้งคนที่ทำหน้าที่ปล้นรถ  ส่วนหนึ่งก็คุมคนขับรถเอาไว้ กลุ่มหนึ่งก็เอารถมาส่งให้กับทีมปล้นร้านทอง โดยในส่วนของทีมปล้นน่าจะมี 12 คน บางคนแต่งกายเป็นผู้หญิงแฝงตัวเป็นลูกค้ามาเคาะประตูร้านทองเพื่อให้เปิดประตูเพราะต้องเปิดสวิทซ์จากด้านในและดันประตูเอาไว้ จากนั้นคนร้ายที่ถืออาวุธปืนสงครามก็บุกเข้าไปในร้าน

ผบช.ภาค9 กล่าวถึงกรณีคนร้ายที่สวมชุดคล้ายทหาร ว่า คนร้ายไม่ได้แต่งกายด้วยชุดทหาร อาจจะมีบางคนที่สวมเสื้อลายพรางและนุ่งกางเกงยีนส์ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกับที่ไปก่อเหตุสร้างความไม่สงบ คดีนี้ขอเวลา 2 วัน ก็น่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับตัวคนร้าย เพราะต้องรอผลการตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนพยาน เนื่องจากจุดเกิดเหตุมีหลายจุดทั้งจุดที่ปล้นรถที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

จุดที่คนร้ายนัดรวมตัวรับคนขึ้นรถมาปล้น ซึ่งต้องตรวจทุกจุดอย่างละเอียดโดยเฉพาะรถตู้คันที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งได้ส่งไปตรวจเก็บลายนิ้วแฝงและร่องรอยของคนร้ายที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน10 ขณะที่เส้นทางในการก่อเหตุของคนร้ายพบว่าขับรถมาจากตามเส้นทางแยกดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังก่อเหตุเสร็จก็หนีนำรถไปทิ้งไว้ในพื้นที่สวนยางหมู่4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี พร้อมทองที่ขโมยไป

โดยพบว่าในคดีนี้นอกจากรถตู้ที่ปล้นมาแล้ว ยังมีรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้จำนวน 3 คัน เป็นรถรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1 กค 1828 ปัตตานี ซึ่งถูกขโมยมาเช่นกันนำมาจอดทิ้งไว้บริเวณเดียวกับที่ทิ้งรถตู้ ซึ่งอาจจะขับมารับคนร้ายแต่รถเกิดเสียจึงทิ้งเอาไว้ ส่วนอีก2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน 1 กค 1827 ปัตตานี และรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ขทอ 640 ปัตตานี ที่คนร้ายจี้เอาไปจากใต้ถุนบ้านเลขที่ 13/1 หมู่11 ต.นาทวี อ.นาทวี ซึ่งยังไม่พบรถทั้งสองคัน แต่ได้แจ้งเตือนให้เป็นรถอันตรายแล้ว

ผบช.ภาค9 ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของรายละเอียดอื่นของคดีทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีคนในร่วมด้วยหรือไม่ หรืออดีตลูกจ้าง เพราะคนร้ายรู้ทุกอย่างภายในร้านเป็นอย่างดีและลงมืออย่างง่าย

ที่มา สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น