Home ข่าวทั่วไปรอบวัน “ดีเอสไอ” ยัน “คดีบิลลี่” ไม่มีมวยล้มต้มคนดู!!

“ดีเอสไอ” ยัน “คดีบิลลี่” ไม่มีมวยล้มต้มคนดู!!

213
0
SHARE

วันนี้ (16 ก.ย.62) วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย จัดพิธีรำลึกถึงบิลลี่ และเสวนาวิชาการเรื่อง การฆาตกรรมอำพรางศพบิลลี่ บุคคลใดต้องรับผิดชอบ โดยน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย กล่าวว่า

หลังบิลลี่หายตัวไปนาน 5 ปี ตนและครอบครัวลำบากมาก ต้องทำงานเพื่อเลี้ยงดูลูก 5 คน และยังต้องเดินสายเคลื่อนไหวร่วมกับองค์กรต่างๆเพื่อติดตามความคืบหน้าการหายตัวของบิลลี่ ซึ่งหายตัวไปหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับตัวเมื่อวันที่ 17 เม.ย.57 ในวันที่ 18 เม.ย. 57 ตนจึงเข้าแจ้งความที่โรงพักแก่งกระจาน

แต่โรงพักยังไม่รับแจ้งความให้ผู้เสียหายไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อน ต่อมาตนเข้ายื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมที่ศาลากลางจังหวัด ขอให้ย้ายเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ออกนอกพื้นที่ระหว่างการสอบสวนคดีแต่ไม่สำเร็จ ไปยื่นหนังสือที่สำนักนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีความคืบหน้า จนรู้สึกว่าความยุติธรรมมีไม่จริง วันนี้เมื่อได้รู้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว จึงต้อง ขอบคุณดีเอสไอที่ช่วยติดตามอย่างเต็มที่

“ขอฝากความรู้สึกถึงคนที่กฎหมายอยู่ในมือ ให้ปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่ควรรังแกคนที่ไม่มีกฎหมายในมือ คุณจับตัวบิลลี่ไปแล้วไม่ส่งดำเนินคดี ทำให้บิลลี่หายตัวไป ภาษาชาวบ้านคือใช้ “กฎหมา” อยากบอกว่าทุกคนมีชีวิตจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าไหนๆ ก็อยู่ในประเทศไทยเหมือนกัน เราควรอยู่ร่วมกันด้วยความรักและความเข้าใจ ไม่อยากให้คนที่มีกฎหมายในมือ มีอำนาจสูงส่ง คิดว่าตัวเองใหญ่ แต่อยากให้ทุกคนเสมอภาค เท่าเทียมกัน”น.ส.พิณนภากล่าว

ทางด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า คดีการหายตัวของบิลลี่ ดีเอสไอตั้งประเด็นสืบสวนว่า จะมีพ่อคนไหนบ้างที่มีลูก 5 คนรออยู่แล้วไม่กลับบ้าน คนหาย 1 คนไม่มีใครพบเห็น ดีเอสสั่งยุติเรื่อง ไม่รับคดีไว้สอบสวนพร้อมส่งสำนวนการสืบสวนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

แต่คดีของบิลลี่ หลังเวลาผ่านไป 4 ปี ดีเอสไอรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ลงมติรับเป็นคดีพิเศษ หลังการทำงานอย่างทุ่มเทดีเอสไอค้นพบชิ้นส่วนกระดูกหัวกะโหลก ซึ่งผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอตรงกับนางไพเราะจีรักจงเจริญ แม่ของบิลลี่ รูปคดีจึงเปลี่ยนจากปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบมาเป็นฆ่าคนตาย

เราไม่ได้มาพูดเพื่อบอกว่าเราเป็นคนดี แต่บอกว่าเราทุ่มเทศักยภาพเต็มรูปแบบ ในช่วงนี้ขอเวลารวบรวมหลักฐานให้ดีที่สุด ทำงานให้ละเอียดรอบคอบ ก่อนออกหมายเรียกหรือหมายจับ รับประกันได้เพียงว่างานนี้ไม่มีมวยล้ม ต้มคนดู ส่วนผลคดีจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน