Home ข่าวทั่วไปรอบวัน แค่ไหนจึงจะถือว่า “รัฐมนตรี”อยู่ในภาวะจะเป็นจะตาย

แค่ไหนจึงจะถือว่า “รัฐมนตรี”อยู่ในภาวะจะเป็นจะตาย

117
0
SHARE

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไปเยี่ยมชมภารกิจของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล  หรือ ดีป้า  สำนักงานถนนลาดเพร้าว  เมื่อบ่าย 9 ต.ค.2562 ระหว่างการตอบคำถามคณะนักข่าว  ได้กล่าวประเด็นหนึ่งว่า

 

“บางทีเวลาตผมนั่งรถไปไหนมีคนหันมามองหน้าผม แต่ก็ไม่ค่อยยิ้ม  คงโทษว่าทำให้รถติด ผมก็พยายามห้ามเปิดหวอ เปิดไซเรน ใครเปิดจะสั่งขัง ตั้งแต่ผมมาก็ไม่เคยเปิดไซเรนเลย แต่ขอเถอะ บางครั้งก็จำเป็นบ้าง  ต้องไปให้ทันเวลา และก็สั่งครม.ทุกคนด้วยว่า  ห้ามเปิด ถ้าไม่ด่วน หรือจะเป็นจะตาย ทุกอย่างต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย  และต้องให้เกียรติกันบ้าง ไม่ใช่ว่าทุกอย่างเท่ากันหมด จะเป็นไปได้หรือไม่ แต่จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีความสุข  คำว่ารวยหรือจน ไม่ใช่ตัวกำหนดความสุข รวยก็ไม่มีความสุข  เขาก็ต้องดิ้นรนมากขึ้น มีความเสี่ยงมากขึ้น เรื่องความล้มเหลว ส่วนคนจนก็เสี่ยงต้องจ่ายหนี้ ดังนั้นต้องสร้างการเรียนรู้คนไทยต้องคิดใหม่ เราทุกคนต้องช่วยกันเสนอแนะ ขอให้สัญญากันนะเชื่อผมบ้าง ถึงไม่เชื่อทั้งหมดก็ไม่เป็นไร”

 

“ปัญหาการศึกษาของประเทศเรา  คือ  ต้องการให้ทุกอย่างดี แต่นึกถึงตัวเองไว้ก่อน เป็นธรรมดาของโลก หลายคนเอาตัวให้สบายก่อนถึงจะช่วยผู้อื่นได้ ถ้าคิดว่าตัวเองรวยเมื่อไหร่ แล้วค่อยคืนให้สังคมก็จะติดกันอยู่อย่างนี้ ดังนั้นต้องคิดถึงคนอื่นวันนี้ตัวเองก็จะมีความสุข นอนตาหลับ ไปไหนก็ไม่ต้องโดนคนด่าแบบผม  ผมอาจจะพูดเยอะ  แต่อยากให้รู้ว่าผู้นำประเทศคิดอะไรอยู่ ถ้าพวกเราคิด และเคมีตรงกันก็เอาไปทำ  แต่ถ้าไม่เข้าใจกันผมก็โดนกลับมาทุกที พูดไปก็โดนกลับมา บางทีผมก็เหนื่อย ทุกคนไม่เข้าใจว่าผมต้องการอะไร หาว่าพูดโดยไม่รู้เรื่อง  จะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร อยู่มา 5 ปีแล้ว บริหารมา 5 ปี ถึงจะบอกว่าธุรกิจไม่ดี   แต่มันก็ไม่ได้เลวจนมากมาย ไม่ใช่หรือ แล้ววันนี้ดัชนีการค้าเยอะหรือไม่  การค้าส่งออก เขาหาตลาดกันอยู่แล้ว และหามากขึ้นกว่าเดิมด้วย แต่ปัญหาเราคือต้นทุนสูงก็แข่งขันกับเขาไม่ได้ หลายอย่างมีปัญหาลึกซึ้ง สังคมเราต้องปรับเปลี่ยนในทางที่ดี ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ”

 

matemnews.com

9 ตุลาคม 2562