Home ข่าวทั่วไปรอบวัน ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 นปช. วรชัย เหมมะ กับ สำเริง ประจำเรือ ล้มประชุมอาเซียน-พัทยา คนละ 4...

ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 นปช. วรชัย เหมมะ กับ สำเริง ประจำเรือ ล้มประชุมอาเซียน-พัทยา คนละ 4 ปี“พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์” ไม่มาศาล

43
0
SHARE

 

 

องค์คณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี ออกนั่งบัลลังค์ เมื่อบ่าย 3 ธ.ค.2562 อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่ โรงแรมรอยัลคลิฟ เมืองพัทยา เหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง

นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง,

นายนพพร นามเชียงใต้,

พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์,

นายสมญศฆ์ พรมภา,

นายนิสิต สินธุไพร,

นายสำเริง ประจำเรือ,

นายศักดา นพสิทธิ์,

นายสิงห์ทอง บัวชุม,  นายวันชนะ เกิดดี ,

นายวรชัย เหมะ,

นายพายัพ ปั้นเกตุ,

นายวัลลภ ยังตรง

นายพิเชฐ สุขจินดาทอง

 

ศาลได้พักคดี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากหลบหนี

 

ในส่วนของ นายธรชัย ศักดิ์มังกร และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง โดยได้แจ้งข้อหาประกอบด้วย 1.ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนัก งาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม 2.ข้อหาร่วมกันเดินแถวเป็นขบวนและกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร 3.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภาย ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระ เดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชา ชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

 

4.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้นและ 5.ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 358, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 108, 114, 148

 

ศาลชั้น ต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้ง 12 คน เป็นเวลา 4 ปีโดยไม่รอลงอาญา   และยกฟ้อง 1 คน

 

วันที่ 11 กันยาน 2562 ศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว แต่ปรากฏว่าจำเลยมาเพียงคนเดียวจึงได้อ่านคำพิพากษาของ นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1

 

วันที่ 31 ตุลาคม 2562 จำเลย 3 คนคือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ , นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมมะ มารับฟังคำพิพากษาของศาล แต่ทนายความได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอนคำให้การเดิมจากปฏิเสธเป็นขอรับสารภาพ และยื่นคำร้องประกอบขอให้ศาลลงโทษสถานเบา รวมทั้งการที่ไม่ ได้รับหมายศาลในครั้งแรกด้วย กระทั่งศาลได้กำหนดให้มารับฟังคำพิพากษาใหม่ในวันที่ 3 ธันวาคม 2562

 

เวลา 10.30 น. 3 ธ.ค.2562  นายวรชัย เหมมะ  นายสำเริง ประจำเรือ จำเลย 2 คน พร้อมทนายความ  มาศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อรับฟังคำพิพากษา ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้มอบเสมียนทนายมาขอเลื่อนการรับฟังคำพิพากษาเนื่องจากติดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงที่อยู่ในสมัยการประชุม

 

ฝ่าย นปช. นายจตุพร พรหมพันธ์ พร้อมกลุ่ม ผู้สนับสนุนและญาติของจำเลยมาร่วมให้กำลังใจที่ศาล แต่ด้วยจากกรณีที่มีการขอเลื่อนการรับฟังคำพิพากษาของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ จึงได้เลื่อนเวลาจากเดิมเป็นช่วงบ่าย  จนถึง เวลา 15.45 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุน ทนายความ และกลุ่มญาติของจำเลยได้เดินออกจากศาล ไม่มี นายวรชัย เหมมะ และ นายสำเริง ประจำเรือ ออกมาด้วย

 

นายณัฐพล ปัญญาสูง ทนายความของจำเลย ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า  กรณีจำเลยทั้ง 3 ได้เคยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาที่ขอถอนคำให้การปฏิเสธเป็นรับสารภาพ  วันนี้ศาลได้ยกคำร้องด้วยเหตุว่า ในการยื่นแก้ไขคำให้การเดิมจะต้องดำเนินการยื่นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสิน จึงไม่มีเหตุให้รับคำร้องหรือยกคำร้องแถลงคำให้การจากปฏิเสธเป็นรับสารภาพ  ส่วนการยื่นคำร้องในวันนี้ที่ยื่นต่อศาลขอเลื่อนฟังคำพิพากษา โดยอ้างเหตุว่าจำเลยมารับฟังคำพิพากษาไม่ครบทั้ง 3 ราย เพราะอีก 1 รายติดภารกิจสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามหน้าที่  ศาลชี้ว่าไม่มีเหตุและถึงแม้จะเป็นสมัยการประชุมสภาฯแต่ไม่ใช่ข้ออ้างในการพิจารณาคดี แต่ถือเป็นการฟังคำสั่งศาลจึงได้ยกคำร้อง ก่อนจะอ่านคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 รายรับฟัง โดยพิพากษารับโทษจำคุกรายละ 4 ปี ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ จำเลยอีกรายที่ไม่ได้มานั้นศาลจะได้ออกหมายจับให้มารับฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 15 มกราคม 2563 อีกครั้งหนึ่ง

ทางด้านสภาผู้แทนราษฎร  นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงแก่นักข่าว  ว่า ถ้าศาลยังไม่อ่านคำพิพากษา แต่ออกหมายจับถือว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ ยังมีสถานภาพ ส.ส.อยู่ ไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาออกมา ยังสามารถมาประชุมสภาฯในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ได้ มีสิทธิแสดงตนเป็นองค์ประชุมสภาฯอยู่ โดยจำนวน ส.ส.ในสภาขณะนี้อยู่ที่ 498 คน หักเฉพาะนายนวัธ เตาะเจริญ สุข อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกคดีจ้างวานฆ่า กับ  นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติกาปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ยังนับพ.ต.ท.ไวพจน์เป็น ส.ส.498  คนอยู่ ดังนั้นองค์ประชุมสภาฯจึงอยู่ที่ 249 เสียง ถ้าครบ 249 เสียง ก็เปิดประชุมสภาฯได้  แม้ พ.ต.ท.ไวพจน์ ยังมีสถานภาพ ส.ส.อยู่ แต่จะไม่ได้รับเอกสิทธิ ส.ส.คุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 ที่ห้ามจับกุม คุมขัง ส.ส.ระหว่างสมัยประชุมสภาฯ เพราะความหมายมาตรา 125 หมายถึงห้ามจับกุม คุมขังระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี แต่ขณะนี้ถือว่ากระบวนการพิจารณาคดีสิ้นสุดแล้ว ไม่ได้อยู่ระหว่างการสืบพยานหรือการสอบหาหลักฐานอีกแล้ว ขณะนี้ศาลพิจารณาคดีเสร็จแล้ว เหลือแค่อ่านคำพิพากษาเท่านั้น จึงไม่ได้เอกสิทธิคุ้มครอง หากตำรวจพบตัวที่ใดก็จับได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นที่สภาฯ

 

 

 

Matemnews.com 

3 ธันวาคม 2562