Home ต่างประเทศ สะพรึง ! ป่วยโควิดทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคนแล้ว สหรัฐครองอันดับ 1 รองลงมาคือ อิตาลี และสเปน

สะพรึง ! ป่วยโควิดทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคนแล้ว สหรัฐครองอันดับ 1 รองลงมาคือ อิตาลี และสเปน

206
0
SHARE

วันที่ 3 เมษายน 2563 เวลา 10:30 น. น.สถานการณ์ทั่วโลก พบผู้ป่วย 1,015,754 ราย เสียชีวิต 53,203 ราย รักษาหาย 212,991 ราย

สถานการณ์ผู้ป่วย COVID-19 ทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคนแล้ว ประเทศที่ได้รับผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา อิตาลี และสเปน ซึ่งทั้งหมดมีผู้ป่วยมากกว่า 100,000 ราย

รายงานล่าสุดวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของ สหรัฐ พบว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 245,213 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วย 5,983 รายเสียชีวิต
โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 28,491 รายและมีผู้เสียชีวิต 846 คน จากทั้งหมด 50 รัฐ ซึ่ง “รัฐไวโอมิง” เป็นรัฐเดียวที่ไม่รายงานการเสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่า

โดย อิตาลี มีผู้เสียชีวิตใกล้แตะ 14,000 คนแล้ว : จากจำนวนผู้เสียชีวิต 53,000 คนทั่วโลก ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ “อิตาลี” มีผู้เสียชีวิต 13,915 คน และรองลงมาคือสเปน 10,348 คน

บุคลากรทางการแพทย์สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเข็นร่างผู้เสียชีวิตออกจากศูนย์การแพทย์ Wyckoff Heights เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายนในเขตเลือกตั้งของ Brooklyn ในนิวยอร์ก Mary Altaffer / AP

สหรัฐฯ จะออกคำแนะนำทั่วประเทศเกี่ยวกับมาสก์หน้า: ในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า จะมีประกาศกฎระเบียบของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย โดยมีแนวคิดอาจให้ใช้ผ้าพันคอบางชนิดคลุมหน้าได้ เนื่องจากคุณภาพดีเทียบเท่าหน้ากากอนามัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในสหรัฐอเมริกา ดร.Anthony Fauci เผยว่า ถึงเวลาที่ต้องจัดระเบียบทั่วประเทศแล้ว เพื่อขอให้ประชาชนอยู่บ้าน “แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมยังไม่เกิดขึ้น” เขากล่าว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงให้ยืดหยุ่นเรื่องการเดินทางระหว่างรัฐ

ส่วนที่ เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่ 2 ในเอเชีย ที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 10,000 รายรองจากจีน ผู้ป่วยเกือบ 60% ของประเทศฟื้นตัวและออกจากโรงพยาบาล

โตเกียว ถูกบันทึกว่าพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันเดียว : ญี่ปุ่น รายงานว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 ใหม่ถึง 235 รายทำให้จำนวนผู้ป่วยทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 3,329 คน โดย “โตเกียว” มีสถิติพุ่งขึ้นพรวดภายในวันเดียว ขณะนี้มีการติดเชื้อในเมือง 684 รายการ

ที่มา สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น