Home ข่าวทั่วไปรอบวัน จับต่างด้าว 4 รายหนีเข้าเป็นพ่อค้าเร่ – แพร่ผวาหวั่นโควิด

จับต่างด้าว 4 รายหนีเข้าเป็นพ่อค้าเร่ – แพร่ผวาหวั่นโควิด

121
0
SHARE

จับกุมต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม ผู้ต้องหา 4 ราย ชาวแพร่ผวาหลังรู้ข่าว จี้ ให้กักตัว ผู้ต้องหา 4 คนใช้เก๋งเป็นพาหนะอ้างมาขายผ้าใบและซื้อผลไม้

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 เวลา 09.00 น. พ.ต.ต.สมศักดิ์ ชัยวงศ์พนักงานสอบสวน สภ.สอง จ.แพร่ ได้นำตัวผู้ต้องหา เป็นชาวเวียดนาม 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ประกอบไปด้วย1 Ms. NGUYEN TUI HIEP สัญชาติเวียดนาม เลขที่หนังสือเดินทาง C7527247 2 Mr. TRAN HAU NGOC สัญชาติเวียดนาม เลขที่หนังสือเดินทาง C87799493 Mr. ONGTRU THE HIEP สัญชาติเวียดนาม เลขที่หนังสือเดินทาง C2833922 4 Mr. NGUYEN CHINH TU สัญชาติเวียดนาม เลขที่หนังสือเดินทาง C3889134 ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดแพร่ ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พ.ต.อ.บำรุง น้อมเศียร ผกก.สภ.สอง เผยว่า ตามมาตรการพร้อมรับสถานการณ์โควิดตำรวจภูธรภาค 5 ให้เข้มงวดในการตรวจค้นติดตามบุคคลต่างด้าวซึ่งอาจจะหลบหนีเข้าเมืองและให้สอดส่องรายงานทุกวัน โดยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สอง ได้ทำการตั้งด่านด่านที่บริเวณด่านนางฟ้า 5 แยก ถนนสาย สอง-งาว ตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง จ.แพร่ พบรถยนต์เก๋งสองคัน ขับตามกันมา คือ รถยนต์โตโยต้า สีบรอนส์ ทะเบียน กธ 4494 จันทบุรี และรถยนต์โตโยต้า สีบรอนส์ทอง ทะเบียน 4298 นครปฐม จึงดำเนินการตรวจ ผลการตรวจรถยนต์และตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย สอบถามและตรวจสอบเอกสารหลักฐานพบว่าเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนามเข้ามาและอยู่ในราชอาญาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การว่าเดินทางมาจากประเทศเวียดนามผ่านประเทศลาวและได้เดินทางโดยทางเรือจากฝั่งประเทศลาวหลบหนีเข้าราชอาญาจักรไทยผ่านชายแดนซึ่งผู้ต้องหาให้การว่าเข้ามาในประเทศไทยผ่านจังหวัดนครพนม จากนั้นอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยที่จังหวัดชัยภูมิแล้วย้ายมาอยู่จังหวัดขอนแก่น รวมอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นเวลาประมาณ 7 เดือน โดยประกอบอาชีพตระเวนขายเต้นท์ผ้าใบและซื้อผลไม้เพื่อนำไปขายส่งให้กับพ่อค้าที่กรุงเทพฯ โดยเมื่อประมาณวันที่ 20 ธันวาคม 2563 พักอาศัยอยู่ที่มะรุมช้างรีสอร์ท จังหวัดขอนแข่น และเมื่อวันที่ 5 -7 มกราคม 2563 เดินทางด้วยรถยนต์มาพักอาศัยอยู่ที่ต้นสักรีสอร์ท อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดยอ้างว่าตระเวนหาซื้อผลไม้ในพื้นที่เพื่อขาย ต่อมาวันที่ 8 มกราคม 2564 เดินทางมายังอำเภอสอง จังหวัดแพร่ อ้างว่าขับรถตระเวนเพื่อขายเต้นท์ผ้าใบ และจะหาซื้อผลไม้ในพื้นที่เพื่อนำไปขายต่อยังกรุงเทพฯ

ผกก.สอง จ.แพร่ เผยอีกว่า จากคำให้การ และดูหลักฐานการใช้ยานพาหนะเป็นรถเก๋งสองคันแต่ให้การว่ามาหาซื้อผลไม้ไปขายก็ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปตามคำให้การ อีกทั้งการมาขายผ้าใบก็มีผ้าใบไม่กี่ผืนในรถ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้จึงทำให้สงสัยในพฤติกรรมอีกทั้งยังอยู่ใน สถานการณ์โควิด ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไว้ก่อน ในเบื้องต้น ได้นำตัวไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด19 ที่โรงพยาบาลแต่ผลยังไม่ออก รอลุ้นในสองวันนี้ แต่เมื่อครบกำหนดฝากขังจึงได้นำตัวมาฝากขังไว้ก่อน และได้รายงานให้ทางจังหวัดทราบแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวการจับกุมชาวเวียดนามได้ ก็มีการแชร์โพสต์ตามเฟสบุ๊กต่างๆ ให้ทางเจ้าหน้าที่รีบส่งตัวออกจากจังหวัดบางรายก็ขอให้กักตัวทันทีแล้วรีบแจ้งผลการาตรวจเพราะมีชาวบ้านหลายหมู่บ้านที่พบเห็นบุคคลดังกล่าว โดยล่าสุด ทางเทศบาลสอง ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยรอบบริเวณสถานีแล้ว