Home ข่าวทั่วไปรอบวัน รวบจนท.สาธารณสุขระดับ 7 ขโมยรถขายหาเงินใช้หนี้

รวบจนท.สาธารณสุขระดับ 7 ขโมยรถขายหาเงินใช้หนี้

87
0
SHARE

ตำรวจอุบลแถลงข่าวจับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับชำนาญการ ตระเวนขโมยรถตามเต็นท์ขายรถมือสองขาย (3คัน)ใช้หนี้ หลังธุรกิจนำเที่ยวขาดทุนจากโควิด 19 ระบาด

เมื่อเวลา 10.30 น . (15 ม.ค.) พล.ต.ต สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สภ.เมืองอุบลฯ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายเริงฤทธิ์ จารุเกษม อายุ 45 ปี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ระดับ 7 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอดอนมดแดง หลังก่อเหตุ เข้าไปขโมยรถยนต์จากเต็นท์จำหน่ายรถยนต์มือสองในตัวจังหวัดไปจำนวน 3 คัน เหตุเกิดเดือนพฤษจิกายน 63 ถึงมกราคม 64

พ.ต.อ.ธนาพันธ์ เปิดเผยว่า ดึกวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายขโมยรถตู้ ยี่ห้อโตโต้ รุ่นคอมมูเตอร์ สีทา หมายลขทะเบียน นข 7803 อุบลราชธานี จากเต็นท์ก้านเจริญยนต์ ถนนเลี่ยงเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้

ต่อมา จนท.พบรถตู้คันที่ถูกขโมยไป จอดทิ้งที่ลานจอดรถของห้างสุนีย์ จึงได้ทำการตรวจยึดและแกะรอยจนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายเริงฤทธิ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ระดับ 7 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอดอนมดแดง จึงติดตามเข้าจับกุมได้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ภรรยาทำงานอยู่ พบนายเริงฤทธิ์ ขับรถกระบะอีซูซุสี่ 4 ประตูสีบอร์นเทา ทะเบียนปลอมหมายเลข ญบ 4994 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นพบว่า รถกระบะที่นายเริงฤทธิ์ขับมาเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากเต้นท์ตุ้มยนต์ สาขา 2 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2563 เวลา 16.10 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนายเริงฤทธิ์ มาสอบสวนขยายผลพบว่า นายเริงฤทธิ์ ยังก่อเหตุลักทรัพย์รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมูเตอร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ฮล 7025 กรุงเทพมหานคร จากเต็นท์โตโยต้าชัวร์เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2563 อีก 1 คัน

นายเริงฤทธิ์ ให้การรับสารภาพก่อนหน้านี้ นอกจากรับราชการสำนักงานสาธารณสุขแล้ว ยังทำอาชีพเสริมทำรถตู้รับจ้างและนำเที่ยวในประเทศลาว ต่อมาปีที่แล้วประสบกับปัญหาโรคติดเชื้อโควิด 19 ระบาด ทำให้ธุรกิจนำเที่ยวขาดทุน รถถูกยึดไปหมดทุกคัน และยังต้องขายทรัพย์สินหาเงินมาใช้หนี้ที่ยืมมาลงทุนด้วย ต่อมาจึงตัดสินใจใช้วิธีทำทีเดินเข้าไปเลือกดูที่จอดขายตามเต็นท์รถยนต์มือสอง ก่อนจะฉวยโอกาสขโมยกุญแจรถที่เสียบอุ่นเครื่อง ก่อนหวนกลับมาในช่วงปลอดคนแล้วเอากุญแจไปติดเครื่องยนต์ขับหลบหนี

โดยรถคันแรกที่เข้าไปขโมยคือ รถกระบะอีซูซุสี่ประตูจากเต็นท์ขายรถตุ้มยนต์ เมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา แล้วนำไปใส่ทะเบียนปลอม ญบ 4994 กรุงเทพมหานคร นำมาใช้รับส่งครอบครัวไปทำงาน ต่อมาวันที่ 12 ธ.ค.ขโมยรถตู้รุ่นคอมมูเตอร์มูลค่าประมาณ 7 แสนบาทจากเต็นท์ขายรถโตโยต้าชัวร์ ไปจำนำในราคา 1 แสนบาท โดยส่งมอบรถที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง นำเงินมาใช้จ่ายและใช้หนี้สิน

คันสุดท้ายเมื่อกลางดึกวันที่ 9 ม.ค.2564 เข้าไปขโมยรถตู้รุ่นคอมมูเตอร์จากเต็นท์ก้านเจริญยนต์ เพื่อนำไปขายอีก แต่เจ้าหน้าที่ได้ตามมายึดรถที่นำไปจอดซุ่มอยู่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งไว้ได้ก่อน ซึ่งการขโมยรถทุกคันนายเริงฤทธิ์ จะใช้วิธีทำทีเข้าไปขอเลือกซื้อ พอพนักงานขายรถเผลอ ก็จะขโมยเอากุญแจที่มาให้ลองติดเครื่องยนต์ไป

แต่ครั้งล่าสุดปรากฏว่า พฤติกรรมของนายเริงฤทธิ์ถูกกล้องวงจรปิดในเต็นท์ขายรถจับไว้ได้ รวมทั้งกล้องที่ติดตามถนนตามโครงการเซฟตี้โซนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 จับความเคลื่อนไหวไว้ได้ทั้งหมด จึงถูกชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบตามแกะรอยมาถึงที่ทำงาน เมื่อตรวจสอบทะเบียนรถที่นายเริงฤทธิ์ใช้อยู่ก็พบเป็นรถที่ถูกขโมยมา จึงเข้าจับกุมมาดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืนและรับของโจรคุมตัวดำเนินคดีต่อไป