Home ทั่วไป พลเอกประยุทธ์ยอมรับกลัวเส้นเลือดในสมองแตกตาย

พลเอกประยุทธ์ยอมรับกลัวเส้นเลือดในสมองแตกตาย

31
0
SHARE

คำถามล่วงหน้าของคณะนักข่าวสายประจำทำเนียบรัฐบาล  ที่ส่งไปล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนการประขุมครม.จะเริ่มขึ้น แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เลือกมาตอบขณะแถลงข่าวที่โพเดียม ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  บ่าย 12 มี.ค.2562 คือ ประเด็นการเมือง พูดยาว 40 นาที  เป็นเรื่องแรกเริ่มด้วยการ ถามกลุ่มนักข่าว

“ทำไมสื่อคิดถึงหรืออย่างไร  แต่ยอมรับว่าวันนี้ใช้เวลาในการประชุมนาน สงสัยสื่อต้องปรับเวลาการส่งข่าวใหม่ เพราะบางครั้งการประชุม ครม.ใช้เวลานาน ตั้งแต่เช้า ผมยังพูดไม่หยุดถึงตอนนี้ และพอเห็นคำถามของสื่อแม้เป็นคำถามที่น่าสนใจ แต่ต้องขอเวลารวบรวมสติ อารมณ์ของตัวเองนิดหนึ่ง  เพราะการเป็นนายกฯ ของประเทศนี้ ต้องไร้ความรู้สึก โมโหใครไม่ได้ วันนี้จึงลดบทบาทความเป็นทหารให้มากที่สุด ไม่ใช่เพื่อการเมือง แต่ผมก็ต้องห่วงสุขภาพตัวเองด้วยเหมือนกัน ถ้าเครียดมากเดี๋ยวเป็นอะไรไปอีกก็จะลำบาก ครอบครัวก็จะลำบากไปด้วย  หลายคนถ้ารู้จักผมจะรู้ว่าเวลาทำงานผมจะเป็นคนเอาจริงเอาจัง อาจไม่มีรอยยิ้มบ้าง แต่เวลาที่อิสระ อยู่กับเพื่อนฝูง โดยเฉพาะกับครอบครัว ผมเป็นคนตลก หลายคนก็พยายามทำว่านายกฯ เป็นคนตลก   ผมสามารถพูดตลกได้ และซีเรียสก็ได้ แต่ด้วยภาระหน้าที่บางครั้งก็เปลี่ยนไม่ทัน ขอความเห็นใจผมบ้าง สิ่งที่ผมค่อนข้างซีเรียสมีเรื่องเดียว คือ การทำงานต้องเอาจริงเอาจัง เพราะอยู่มาตั้งแต่ปีแรก จนถึงปีสุดท้ายปัญหายังไม่จบสิ้น คิดว่าปีแรกจะดีขึ้น เนื่องจากปัญหาบางอย่างมีความซ้ำซ้อนแก้ไขยาก อาจเกิดจากความไม่เข้าใจ หรือบางอย่างเป็นเรื่องของความคุ้นเคย เรื่องกฎหมาย การปล่อยปละละเลย ผมค่อนข้างซีเรียส เพราะส่วนตัวถือว่า เรื่องของกฎหมาย และความมีระเบียบวินัยของคนในชาติเป็นสิ่งสำคัญขอให้เข้าใจกันบ้าง  ผมเป็นคนอารมณ์ดี หัวเราะ ยิ้มง่าย เว้นแต่สื่อจะสร้างภาพลักษณ์ของผมอย่างไร เวลาผมหน้ายิ้ม สื่อไม่ชอบนำเสนอ ชอบเวลาที่ผมหงุดหงิดชี้ไม้ชี้มือ คนก็มองว่ากลายเป็นเผด็จการ   การออกไปพบปะประชาชน ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนค่อนข้างเก็บตัว เพราะไม่อยากเป็นภาระทั้งในเรื่องของทีม รปภ.และยานพาหนะต่างๆ รวมทั้งไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย เพราะส่วนใหญ่ก็รู้จักผม  ผมอยากไปนั่งทานกาแฟสักที เพื่อดูว่าการค้าขายเป็นอย่างไร แต่จะไปสักทีก็ลำบาก วางตัวก็ลำบาก ยืนยันไม่ใช่เป็นคนถือตัว ผมไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ก็พยายามที่จะไปพบปะประชาชนทั้งในวันนี้และวันหน้า  ผมไม่เคยสบายใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไม่ได้ปฏิเสธการทำงาน เพราะทั้งหมดถือเป็นความรับผิดชอบของผม ตลอด 4 – 5 ปีที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่าบางครั้งก็ทำให้เครียด เนื่องจากมีหลายอย่างที่ต้องแก้ วันนี้เราพูดอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องทำทั้งหมด บางเรื่องต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะติดขัดข้อกฎหมาย และต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทำอย่างไรจะลดความขัดแย้งให้มากที่สุด”

ฟังมาถึงตรงนี้นักข่าวถามแทรกขึ้นมา  ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมีคำแนะนำอย่างไรในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตอบ

“ เรื่องนี้มีกฎหมาย มี พ.ร.บ. มีระเบียบบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว ขอเพียงว่าใครก็ตามที่จะมาเป็นนายกฯ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตามอำนาจในการบริหารที่มีธรรมภิบาล และต้องขอความร่วมมือทุกคนที่จะมาร่วมรัฐบาล ให้ช่วยกันปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง ทำให้ประชาชนไม่เกิดความขัดแย้ง วันนี้จึงต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมดด้วยการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้ช่วยกันพิจารณาให้ดี ทำอย่างไรที่จะทำให้ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ไม่ใช่เป็น 1 – 2 ปี แล้วเลิก ทุกคนชอบของใหม่กันตลอด แล้วเริ่มใหม่กันมากี่ครั้งแล้ว ถอยหลังถอยหน้ากันอยู่แบบนี้ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้งค่อยว่ากัน ขึ้นอยู่กับประชาชนต้องการผู้นำแบบไหน ทุกคนก็รู้จักผมมาหมดแล้ว และรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคทุกคนก็รู้จัก ก็ต้องไปดูว่าจะพิจารณาใคร พอใจใคร มีผลงานเป็นรูปธรรมอะไรบ้าง แต่ก็ขอให้ความเป็นธรรมกับผมด้วยว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ช่วงนี้อยากให้ลดราวาศอกกันบ้าง ถ้าจับจ้องกันหมดทุกเรื่อง ก็จะเป็นอยู่แบบเดิม สิ่งดีๆ จะไม่เกิดขึ้น และที่เห็นทุกวันนี้ การออกหน้าสื่อทุกช่องล้วนเป็นความขัดแย้งทั้งสิ้น ยืนยันว่าผมจะไม่ไปขัดแย้งกับใคร หน้าที่ของผมคือทำให้ประเทศชาติปลอดภัย  การส่งบทกลอนไปที่เวทีปราศรัยพรรค พปชร.ที่ นครราชสีมา ว่าเป็นสิทธิของผมที่เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่แล้ว มีการแต่งกลอนโน่นนี่ไปเรื่อย ใครอยากเอาไปใช้ประโยชน์อะไรก็ได้   ผมทำในฐานะนักกลอนคนหนึ่ง จะไม่ให้ทำอะไรเลยหรืออย่างไร ทีคนอื่นทำนั่นทำนี่โครมๆ ไม่เห็นสื่อไปว่ากันบ้าง จ้องแต่นายกฯ อย่างเดียว วันนี้ก็พยายามแยกบทบาทของตัวเองระหว่างหน้าที่นายกฯ และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ยอมรับว่ายากเหมือนกัน โดยเฉพาะการเป็นนายกฯ ของประเทศนี้  เมื่อก่อนมีแบบนี้หรือไม่ ทั้งหมดก็ออกไปหาเสียงกันโครมๆ ไม่เห็นมีใครว่า ในอดีตก็ทำกันมาโดยตลอด นายกฯ ที่มาจากการเมือง ออกไปหาเสียงกันโครมๆ ผมยังเคยต้องไปดูแลเขาเลยตอนเป็นทหาร” 

นักข่าวถามตัวท่านรู้สึกอย่างไรใกล้โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง  โพลยังหนุนในนั่งนายกฯ ต่อ แต่คะแนนพรรค พปชร.ยังตามพรรคอื่นอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบ

“ มันสุดท้าย  แต่ก็ยังไม่ท้ายสุด แต่ก็ขอขอบคุณประชาชนและโพลที่สนับสนุนให้นั่งนายกฯ ต่อ แต่ก็อยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า เพราะโพลก็คือโพล ชอบผม แต่ขอให้รักประเทศชาติมากกว่า เพราะสำหรับผมแล้ว สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องมาเป็นหลัก และประชาชน คือจิตที่มั่นของผมในการทำงานตลอดไป ช่วงนี้ผมต้องพยายามทำตัวให้เครียดน้อยลง ไม่เช่นนั้นเส้นเลือดในสมองแตกตายไป หรือมัวไปฟังการวิจารณ์ตรงนั้นตรงนี้ ฟังหาเสียงมาด่าผมบ้าง ถ้าผมสนใจทุกเรื่องปานนี้ผมตายไปแล้ว   วาทกรรมสืบทอดอำนาจ เรื่องนี้ยอมรับว่ามันพูดยาก การสืบทอดอำนาจทางการเมืองเขาก็ทำกันอยู่ ไม่เช่นนั้นทุกคนจะอยากเป็นนายกฯ หรือ มีพรรคการเมืองใดไม่อยากเป็นนายกฯ ไม่อยากเป็นรัฐบาลบ้าง ก็สืบทอดอำนาจทางการเมืองเหมือนกันนั่นแหละ ของผมที่มามันอาจจะคนละแบบ อย่าลืมว่าผมเป็นนายกฯ ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ผมก็เป็นนายกฯ ไปแล้ว ผมไม่ใช่หัวหน้าคณะปฏิวัติ รัฐประหารเสียเมื่อไหร่ ถ้าวันนั้นไม่มีรัฐธรรมนูญออกมา ผมไม่ทำให้เรียบร้อย หยุดสถานการณ์ไม่ได้ ผมก็เป็นกบฏสิ เพราะฉะนั้นมันจบไปแล้ว อย่าไปย้อนแย้งกลับไปกลับมา มันจะไม่จบเสียที ต้องดูว่าผมเป็นนายกฯ แล้วทำอะไรไปบ้าง ทำความเสียหายอะไรให้กับประเทศบ้าง ที่ไม่ได้เป็นไปตามวาทกรรมที่พูดกันออกมา ผมมีผลงานเยอะแยะ ประชาชนผู้ประกอบการเดือดร้อนอะไรหรือเปล่า ทุกคนยังดำเนินชีวิตตามปกติ แม้แต่การประท้วงหลายครั้งก็สามารถทำได้ เว้นแต่บางคนที่ละเมิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ก็ต้องใช้กฎหมาย อย่าอ้างประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ซึ่งรัฐบาลต่อไปต้องเป็นแบบนี้ เราเคยชินกับรัฐบาลแบบที่อะไรก็ได้ การทำอะไรให้ประชาชนรักอย่างเดียวมันง่าย  การทำงาน 4 – 5 ปีที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาของผมคือประชาชน ในทางการเมือง นายกฯ คือผู้รับอาสาเข้ามาทำงานด้วยความเต็มใจที่อยากจะมา แต่ผมมาเพราะความจำเป็น ต้องแยกให้ออก ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น อย่าเพิ่งลืมก่อน 22 พ.ค.57 เข้าทำเนียบฯ กันมาได้ง่ายหรือ การค้าขายตามท้องถนนทำได้หรือไม่  ปัญหาการจราจรติดขัด อย่าเอาทุกอย่างมาปนกัน ถ้าผมทำงานมาแล้วไม่ดีเลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เศรษฐกิจก็แย่ลง ก็เป็นอีกเรื่อง แต่วันนี้เศรษฐกิจและจีดีพีดีขึ้นทุกตัว เว้นแต่ปัญหารายได้น้อยที่ต้องปรับโครงสร้างอีกหลายเรื่อง อยากให้เข้าใจความตั้งใจของผม ต้องยอมรับว่าปัญหาหลายอย่างแก้ยาก แต่ผมก็จะทำต่อ ถ้ามีโอกาสก็จะทำให้” 

matemnews.com 

12 มีนาคม 2562