Home ข่าวทั่วไปรอบวัน พลเอกบุญสร้างลุ้น – แรงต่อต้านปฏิรูปตำรวจ

พลเอกบุญสร้างลุ้น – แรงต่อต้านปฏิรูปตำรวจ

883
0
SHARE

 

 

คณะปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ)  ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์  เป็นประธาน  ได้ประชุมนัดแรกที่ บก.กองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ  เมื่อตอนเช้าวันที่ 12 ก.ค.2560  หลังเลิกประชุมพล.อ.บุญสร้าง  แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนที่มาติดตามข่าวนี้จำนวนมาก ว่า

 

ในการประชุมคัร้งแรกนี้  เป็นการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ   และ กำหนดกรอบเวลา ในการทำงาน คือยึด ขั้นตอน 2 ,3 ,4  แล้วแบ่งเป็นการปฏิบัติงานของคณะกรรมการออกเป็น 5 คณะประกอบด้วย

1.คณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคล มีตนเป็นประธาน เน้นงานคณะนี้เป็นสำคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้าย  จะทำให้แล้วเสร็จวันที่ 31 ธันวาคม 2560  ขอยืนยันว่าเป็นเพียงการสร้างระบบการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ   ยังไม่มีผลกับการโยกย้ายในปีนี้  จะบังคับใช้ในปี 2561  โดยจะออกมาเป็นกฎหมาย ส่วนจะมีการระบุถึงหลักความอาวุโส ผลการทำงาน จึงจะไปดำรงตำแหน่งใดๆได้   ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ให้รอคณะอนุกรรมการฯพูดคุยกันก่อน

 

2.คณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา มี  “นายธานิศ เกศวพิทักษ์” อดีตรองประธานศาลฎีกาเป็นประธาน รับผิดชอบในส่วนการแยกงานสืบสวนสอบสวน

 

3.คณะอนุกรรมการด้านหน้าที่อำนาจและภารกิจของตำรวจ มี  “นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร” อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน

 

4.คณะอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น มี  “พล.อ.อ. อิทธิพร ศุภวงศ์” อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นประธาน จะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป จนครบ 9 เดือน โดยเปิดรับข้อมูลทุกช่องทาง

 

5.คณะอนุกรรมการ ด้านวิชาการมี “ศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ” อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน และ  ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกคณะกรรมการ

 

คณะกรรมการปฏิรูป  จะเข้าไปเป็นคณะอนุกรรมการในแต่ละคณะตามความสมัครใจของแต่ละคน   ส่วนอนุกรรมการท่านอื่นๆ  และเลขานุการของคณะอนุกรรมการ คนเป็น ประธานคณะอนุกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งต่อไป

 

สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)จะมอบหมายให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบในด้านนั้นๆของสตช.ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ  ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของแต่ละอนุกรรมการ

 

ได้วางแนวทางการประชุมไว้ในระยะแรก  จะประชุมสัปดาห์ละสองวัน   พร้อมทั้งได้กำหนดกรอบระยะเวลา  การดำเนินการ   และกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในรอบเก้าเดือน   เรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น  คือ   การแต่งตั้งโยกย้ายและระบบงานสอบสวน   ส่วนเรื่องอื่นๆจะพิจารณาเป็นลำดับต่อไป   ในช่วง 2 เดือนแรกน่าจะเห็นเป็นรูปร่าง คือ  นำเรื่องต่างๆมาศึกษา   คาดว่าจะได้ทำข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น และ 3 เดือนถัดไป ลงมือปรับแก้กฎหมาย  และเสนอเป็นกฎหมาย   เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติก่อนจะเข้าสู่ระยะที่ 4 รับฟังความคิดเห็น   แต่เราคาดหวังว่าในช่วง 5 เดือนแรก ทุกอย่าง ต้องเสร็จสมบูรณ์   ตนเชื่อมั่นว่าจะใช้เวลา 9 เดือนทำเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจให้แล้วเสร็จตามนโยบายนายกรัฐมนตรี    การดำเนินการจะมีข้อขัดข้องหรือแรงต่อต้านมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นอีกเรื่อง

 

 

Matemnews.com

12 กรกฎาคม 2560