Home มาเต็มกัญชา รมช.ประภัตร โพธสุธน กับนักค้ากัญชาจากสหรัฐ – จับตา

รมช.ประภัตร โพธสุธน กับนักค้ากัญชาจากสหรัฐ – จับตา

130
0
SHARE

 

 

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนีชีววิถี (BioThai) แถลงข่าว 30 ก.ค.2562 ประเด็น  นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะนำ  กลุ่มนักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกา ที่มีเทคโนโลยี มีสายพันธุ์กัญชาที่ดี ประมาณ 10 คนเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในวันที่ 30 ก.ค. 2562ว่า

 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการจับตาให้ดี  จะมีการหารือเพื่อใช้ไทยเป็นฐานปลูกกัญชาหรือไม่  ใน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 เขียนเอาไว้อย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้ต่างชาติเข้ามาได้ โดยระบุว่า ต้องเป็นนิติบุคคล มีคนไทยถือหุ้น 2  ใน 3 และในช่วง 5 ปี นี้ต้องทำร่วมกับภาครัฐเท่านั้น แต่ถ้าถอดรหัส สิ่งที่นายประภัตรพูด และเคยทำมา เช่นเมื่อประมาณ 11 ปี ก่อน ตอนที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา มีการพานายทุนซาอุดิอาระเบียเข้ามาเจรจาปลูกข้าว ที่จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ถูกต่อต้านหนัก จึงมีการเปลี่ยนรูปแบบไปจัดตั้งบริษัทรองรับการลงทุนของต่างชาติแทน ตรงนี้ก็ต้องระวังว่าจะเป็นนอมินี ก็ยังถูกต่อต้านอย่างหนักเช่นเดิม  แม้แต่คนในพรรคชาติไทยพัฒนาก็ยังต่อต้าน และต่อว่าอย่างรุนแรง จึงมีการเปลี่ยนแผนไปเป็นการรับจ้างทำนา   เพราะฉะนั้น วันนี้ที่ประเทศไทยเริ่มมีการเปิดเสรีกัญชาทางการแพทย์   เป็นการเปิดตลาดอย่างมหาศาล ความต้องการการใช้กัญชาทางการแพทย์สูงมาก เท่าที่มีนักวิชาการศึกษามามีผู้ป่วยประมาณ 800,000-6,000,000 คน  ไม่ใช่น้อยๆ การทำธุรกิจนี้ในเมืองไทยแค่ป้อนตลาดในเมืองไทยก็มหาศาลแล้ว และอาจจะมีศักยภาพในการส่งออกด้วยก็ได้ แล้วอีกอย่างที่บอกว่า  นักธุรกิจจะเข้ามาเพื่อพัฒนาสายพันธุ์กัญชา  ก็ต้องระวัง 2 แง่ คือ

 

  1. สายพันธุ์กัญชา ปัจจุบันในสหรัฐฯ ไม่มีการรับรองสายพันธุ์กัญชาเลย นั่นหมายความว่าสายพันธุ์กัญชาในอเมริกาตอนนี้ไม่ใช่สายพันธุ์ที่อยู่ในระบบ ดังนั้นที่อ้างว่ามีสายพันธุ์กัญชาชั้นยอด ที่จริงแล้วคือสายพันธุ์ที่อยู่ในตลาดในอเมริกาฯ เหมือนที่องค์การเภสัชกรรม หรือหน่วยงานอื่นๆ ไปซื้อมานั่นเอง ไม่ว่าซื้อจากอเมริกาหรือแคนาดาก็ตาม

 

  1. ที่บอกว่าจะดึงกรมวิชาการเกษตร เข้ามาร่วมวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ หากได้สายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น ซึ่งอันที่จริงก็ไม่รู้ว่าใหม่ หรือไม่ใหม่อย่างไร แต่ท้ายที่สุดจะนำไปสุ่การแก้ไขกฎหมายรับรองพันธุ์พืช ที่มีการเตรียมกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชรองรับอยู่แล้ว จะมีการขยายการคุ้มครองพันธุ์พืชทั้งหมด รวมถึงสายพันธุ์กัญชา และผูกขาดไปยังยาที่ได้จากกัญชาสายพันธุ์นั้นๆ ด้วย ต้องระวัง

 

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ กล่าวเน้นว่า  เรื่องนี้ น่ากลัวมาก ต้องดูให้ดี เรื่องนี้ไม่ธรรมดา ทางเครือข่ายภาคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการให้นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาอยู่แล้ว แต่จะรอดูคำแถลงของนายอนุทิน หลังจากที่จะมีการหรือร่วมกับนายประภัตรและนักธุรกิจชาวอเมริกาวันนี้ (30 ก.ค.) ก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะตามกฎหมายเราบอกแล้วว่า  ยังไม่เปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามา แต่อย่างที่บอกว่าน่ากังวลเรื่องบริษัทนอมินี ถ้าเกิดออกมาในรูปที่ว่าเขาจะมาแน่ๆ ก็ต้องเรียนว่า วันนี้ทุกคนตั้งคำถามว่าเมื่อเห็นประโยชน์ทางยา ในด้านการช่วยเหลือชีวิตคน แต่คนไทยเอง หมอพื้นบ้านของไทยยังถูกกีดกันอยู่ แต่นักการเมืองกลับอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งจะสอดคล้องกับการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ที่ว่า  เป็นการคลายล็อคกฎหมายจะไปเอื้อประโยชน์กับต่างชาติ สะท้อนความไม่เป็นธรรมของการใช้อำนาจรัฐที่กีดกันคนไทย ไปอุ้มชูต่างชาติ  หากต่างชาติเข้ามา แน่นอนว่าเมื่อต่างชาติเข้ามาแล้ว จะนำสู่การผูกขาดทั้งการปลูก การผลิต และตลาดยา โดยกลุ่มทุนต่างชาติ ในที่สุดจะส่งผลกระทบกับราคาผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชาในไทยสูงขึ้นแน่นอน ผลประโยชน์มหาศาลที่รัฐและคนไทยจะเสียไปมหาศาล คนไทยต้องซื้อยากัญชาในราคาแพง ทั้งๆ ที่เราเองก็ทำได้

 

เฟชบุ้ค  ฺBIOTHAI  https://bit.ly/2LQ1Xzi

กรณีข่าว นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำนักลงทุนต่างชาติชาวสหรัฐฯเข้ามาพบปะกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ (30/7/2562) เวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อหารือการเข้ามาลงทุนปลูกและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาในประเทศไทย ไบโอไทยเห็นว่ามีข้อควรระวังหลายประการ ดังนี้

1) แม้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับปรับปรุงแก้ไข พ.ศ.2562 มาตรา 26/5 ไม่อนุญาตให้ต่างชาติ ดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษเพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยกรณีที่เป็นนิติบุคคลนั้น ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และกรรมการของนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 ใน 3 ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีสำนักงานในประเทศไทย (และต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยราชการ)นั้น อาจต้องเฝ้าระวังการหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยการตั้งบริษัทนอมินี ซึ่งดูเหมือนว่ามีผู้ถือหุ้น 2 ใน 3 เป็นคนไทย แต่ในทางปฏิบัติกลับมีต่างชาติเป็นเจ้าของ ดังที่พบเห็นในหลายกิจการ เช่น กรณีการลงทุนปลูกกล้วยหอมในจังหวัดภาคเหนือของนักลงทุนจากจีน เป็นต้น

2) การเอื้ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนดังกล่าว อาจทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยได้ว่า นักการเมืองที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอย่างไรหรือไม่ และอาจจะขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความมั่นคงทางยา และป้องกันการผูกขาดเรื่องยา เพราะแทนที่จะช่วยกันสนับสนุนให้หมอพื้นบ้าน ผู้ป่วย และเกษตรกรคนไทยให้สามารถปลูกเพื่อใช้ประโยชน์กัญชาเพื่อการแพทย์ กลับอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติแทน

ส.ส.พรรคชาติไทย พรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านควรจะตรวจสอบเรื่องนี้และแถลงท่าทีว่า สนับสนุนการดำเนินการของนายประภัตร โพธสุธน หรือไม่อย่างไร ดังที่นายบรรหาร ศิลปอาชา และ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ได้กล่าวตำหนินักการเมืองบางคนที่นำนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนทำนา ในช่วงที่เกิดวิกฤตอาหารของโลกในปี 2551

3) มีความเป็นไปได้ว่า หากมีการจัดตั้งบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นเพื่อปลูกและพัฒนาสายพันธุ์กัญชา พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้ผลักดันและออกกฎหมาย ซึ่งให้สิทธินักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างยาวนาน ตลอดจนมาตรการด้านภาษี และอื่นๆ ที่เอื้ออำนวยแก่นักลงทุนต่างชาติ อาจเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับการดำเนินธุรกิจของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติดังกล่าว ประชาชนส่วนใหญ่จะรู้สึกอย่างไร เมื่อตนเองถูกกีดกันแต่กลับประเคนผลประโยชน์รูปแบบต่างๆแก่ต่างชาติ

4) การกล่าวอ้างว่านักลงทุนกลุ่มนี้มีครอบครองสายพันธุ์กัญชาชั้นดีของโลก ยังเป็นที่สงสัยเนื่องจากในประเทศสหรัฐอเมริกา กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช (PVP) ของสหรัฐยังมิได้ให้การคุ้มครองสายพันธุ์กัญชาแต่ประการใด ยกเว้นสายพันธุ์กัญชาจำนวน 3-4 สายพันธุ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร (patent) เท่านั้น

สายพันธุ์กัญชาชั้นดีที่มีอัตราของ CBD, THC และสารอื่นๆ ในระดับเปอร์เซ็นต์ต่างๆนั้น เป็นสายพันธุ์กัญชานอกระบบ ที่ค้าขายกันทั่วไปในตลาดกัญชาในอเมริกาเหนือ โดยไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิผูกขาดหรือครอบครอง (แต่มีการควบคุมผ่านการรักษาพ่อแม่พันธุ์เป็นความลับ) การอ้างเหตุในเรื่องครอบครองสายพันธุ์ชั้นดีเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนปลูกและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาในประเทศไทย เป็นเรื่องที่พึงตรวจสอบ

5) การอ้างการลงทุนเพื่อปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติกลุ่มนี้ จะมาพร้อมกับการเรียกร้องให้ฝ่ายไทยต้องให้การคุ้มครองสายพันธุ์ที่พัฒนาหรืออ้างว่าได้พัฒนาขึ้น ซึ่งหมายถึงประเทศไทยต้องแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช 2542 ให้ครอบคลุมพืชทุกชนิดรวมทั้งสายพันธุ์กัญชา และขยายการผูกขาดพันธุ์พืชจากส่วนขยายพันธุ์ (เมล็ด กิ่ง หน่อ เหง้า ฯลฯ) ไปยังผลิตผล (ดอกกัญชาแห้ง) และผลิตภัณฑ์ (น้ำมันกัญชา หรือ ยาจากกัญชาสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง)ด้วย ซึ่งหมายถึงการเปิดทางให้กลุ่มทุนต่างชาติผูกขาดตลอดสายตั้งแต่สายพันธุ์กัญชาไปจนถึงยาที่พัฒนาจากสายพันธุ์กัญชาดังกล่าว

การเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนปลูกและพัฒนาสายพันธุ์กัญชา ในขณะที่คนในประเทศทั้งผู้ป่วย เกษตรกร และหมอพื้นบ้าน ถูกสกัดกั้นไม่ใช้ประโยชน์จากกัญชาเพื่อการแพทย์ จะนำไปสู่การผูกขาดยาจากกัญชา และขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

 

https://bit.ly/2K62VEg

https://bit.ly/2YoxCK8

เมื่อวันที่ 29 ก.ค.นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่ากลุ่มนักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกา ประมาณ 10 ราย เดินทางเข้าพบตนเพราะมีความสนใจที่จะมาร่วมพัฒนาในการปลูกกัญชาโดยเล็งเห็นว่าประเทศไทยสามารถปลูกสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลกและทางนักธุรกิจสหรัฐฯมีขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ การเพาะปลูกอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้สารที่มีสรรพคุณทางยาที่แม่นยำ มีศักยภาพที่นำไปใช้สำหรับผลิตยารักษาโรคเท่านั้น ซึ่งใช้กับคนไข้ราว20ล้านคน ทั้งนี้บริษัทของนักธุรกิจสหรัฐฯมีใบอนุญาตผลิตยาจากกัญชาใช้รักษาโรคมาแล้วกว่า30ปี ตนจะนำไปพบเพื่อหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ที่กระทรวงสาธารณสุข วันพรุ่งนี้ที่ 30 ก.ค.

 

นายประภัตร กล่าวว่า ทั้งนี้ตนจะนำหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯเช่น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ไปร่วมรับฟังบรรยายจากกลุ่มนักธุรกิจชาวสหรัฐฯด้วย ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะให้เห็นภาพรวมของกัญชาสายพันธุ์ดีที่สุดของโลกใช้ในการผลิตยา ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งปลูกและผลิต เกิดมาอย่างไร การดูแลควบคุม ทำอย่างไร มีโปรแกรมอย่างเคร่งครัดทั้งหมด

 

“กลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯสนใจเข้ามาลงทุน จะนำเทคโนโลยีชั้นสูง มาพัฒนาร่วมกับไทย จะยกระดับทำให้กัญชาไทยได้สายพันธุ์ที่ดี ได้รับการเชื่อถือระดับโลก รวมทั้งสหรัฐฯผลิตไม่พอใช้ทำยา ยังมีความต้องการอีกมาก ถ้ามาใช้ไทยเป็นฐานร่วมกันปลูกกัญชาเพื่อผลิตยา สามารถเพิ่มรายได้ช่วยประชาชน เกษตรกรไทยได้ เป็นโอกาสของเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ซึ่งการปลูกกัญชาของสหรัฐฯ จะมีบาร์โค้ดคุมการในปลูกทุกต้น จนไปถึงการผลิตยา มีระบบป้องกันอย่างรัดกุม ไม่ให้มีการแพร่กระจายไปใช้ด้านอื่น และผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐฯได้ศึกษาพบว่าสามารถปลูกกัญชาในพื้นที่นาได้ด้วย นอกจากนี้ได้นำคนที่เชี่ยวชาญด้านกัญชาที่สุดของโลกมาชี้แจงให้ฟังในครั้งนี้ด้วย ทั้งการควบคุมการปลูก ทำให้ได้เป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก โดยเกษตรกรไทยอาจปลูกได้ผ่านวิสาหกิจชุมชน หรือ ดูแลครัวเรือนละ6ต้น”นายประภัตร กล่าว.

 

matemnews.com 

30 กรกฎาคม 2562