Home ต่างประเทศ ฮ่องกงเดือด! ผู้ชุมนุมโยน ธงชาติจีนลงทะเล

ฮ่องกงเดือด! ผู้ชุมนุมโยน ธงชาติจีนลงทะเล

195
0
SHARE
ผู้ประท้วงลดธงจีนจากเสาธงในระหว่างการสาธิตในฮ่องกง, วันเสาร์, 3 สิงหาคม, 2019 ผู้ประท้วงในฮ่องกงเพิกเฉยต่อคำเตือนของตำรวจและสตรีมผ่านจุดสิ้นสุดที่กำหนดไว้สำหรับการชุมนุมในวันเสาร์ในชุดการสาธิตล่าสุด รัฐบาลของดินแดนกึ่งอิสระในจีน (AP Photo / Vincent Thian)

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การชุมนุมประท้วงกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนและขับไล่ผู้นำใน “ฮ่องกง” โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปลดธงชาติของจีนลงจากเสาก่อนที่จะโยงลงทะเลบริเวณท่าเรือของอ่าววิคตอเรีย ซึ่งเป็นอ่าวที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง

โดยการชุมนุมเริ่มดุเดือดอีกครั้งในเช้าวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนแต่งกายด้วยชุดดำรวมตัวกันในถนนหลักใจกลางเมือง ก่อนที่เคลื่อนตัวไปยังสถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยบางส่วนได้ปิดกั้นการเดินรถผ่านอุโมงค์และยังปิดล้อมสถานีตำรวจ ขณะที่ห้างร้านต่างปิดให้บริการเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายหากเกิดการปะทะ

ขณะที่ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งเคลื่อนตัวไปยังท่าเรือในอ่าววิกตอเรียและปีนขึ้นไปปลดธงชาติจีนลง มีการตกลงกันว่าจะทาสีดำทับธงชาติดังกล่าวหรือไม่ ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะตัดสินใจโยนธงชาติจีนทิ้งลงทะเล นอกจากนี้ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่

เนื่องจากไม่ยอมสลายการชุมนุมภายในเวลาที่ได้รับอนุญาต โดยผู้ชุมนุมได้ขว้างปาก้อนหินตอบโต้เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามผู้ประท้วง โดยคนกลุ่มนี้หลายพันคนสวมชุดขาวรวมตัวกันในสวนสาธารณะฮ่องกง พร้อมชูป้ายระบุว่า “ให้โอกาสโดยสันติ” ก่อนที่จะแยกย้ายไปโดยไม่มีการปะทะ

ผู้ประท้วงโยนกระป๋องแก๊สน้ำตาระหว่างการเผชิญหน้ากับตำรวจในฮ่องกงเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ส.ค. 2562 ผู้ประท้วงในฮ่องกงนำธงประจำชาติจีนออกจากเสาและพุ่งเข้าหาท่าเรือวิคตอเรียที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเมื่อวันเสาร์และตำรวจ ต่อมายิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงหลังจากที่บางคนบุกทำลายสถานีตำรวจ (AP Photo / Vincent Thian)

ทั้งนี้ การโยนธงชาติจีนทิ้งลงทะเลครั้งนี้เป็นการต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ที่แสดงความไม่พอใจต่อการพยายามแทรกแซงฮ่องกงของรัฐบาลจีน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้มีการเผยแพร่คลิปสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลในฮ่องกงเพื่อข่มขู่ผู้ประท้วงด้วย

http://bit.ly/2yCYN9y