Home ไลฟ์สไตล์ โรคพึงระวังในช่วง “ฝนตก”

โรคพึงระวังในช่วง “ฝนตก”

68
0
SHARE

หน้าร้อนอาจจะร้อนแค่กาย แต่สำหรับหน้าฝนหรือช่วงฝนตกมันน่ากลัวกว่านั้น เพราะอากาศจะมีความชื้นสูงจึงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค บวกกับบ้านเราเป็นเมืองร้อน ขยะเยอะ แอ่งน้ำท่วมขังก็แยะ (ข้อนี้เราต้องยอมรับความจริง) จึงไม่ต่างจากการใช้ชีวิตในโรงงานผลิตเชื้อโรค การรักษาที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การหาหมอแล้วจ่ายยา แต่ต้องป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย

1. โรคฉี่หนู

โรคนี้ทางการแพทย์มีชื่อเรียกยากว่า ‘เลปโตสไปโรซิส’ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าพาหะนำโรคจะเกิดจากหนู เพราะสัตว์อื่นก็เป็นพาหะนำโรคได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะโค กระบือ สุกร หรือแม้กระทั่งน้องหมาประจำบ้าน อาการก็ไม่ได้เหมือนอย่างในการ์ตูนที่เราวาดภาพว่าต้องตาลีตาเหลือกน้ำลายฟูมปาก ตาย เพราะอาการของโรคฉี่หนูจะมีไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวโดยเฉพาะน่องและโคนขา คลื่นไส้ อยากอ้วก ถ้าขั้นรุนแรงอาจมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบร่วมด้วย ตับและไตทำงานผิดปกติ ส่งผลถึงชีวิต

ทางแก้ : โรคนี้พบในแหล่งน้ำขังหรือแหล่งน้ำสกปรกที่ปนเปื้อนด้วยปัสสาวะสัตว์นำโรค หากจำเป็นต้องเดินผ่านบ่อยๆ ให้หาอุปกรณ์มาใส่ป้องกัน เช่น รองเท้าบู๊ตที่กันน้ำเข้า เลี่ยงการใส่กางเกงขาสั้น เพราะเชื้อโรคจะเข้ามาทางบาดแผลเล็กๆ ตามผิวหนังและเยื่อบุที่อ่อนนุ่ม เช่น ตา จมูก ปาก


2.
 โรคตาแดง

โรคยอดฮิตที่เกิดได้กับคนทุกวัย หลักๆ มาจากการโดนเชื้อไวรัสในน้ำสกปรกกระเซ็นเข้าตา หรือมาตามฝุ่นผง ไม่ก็เอามือไปสัมผัสจับนู่นนี่ไม่ระวัง จากนั้นเอามาขยี้ตาหรือลูบหน้าตัวเอง อาการเริ่มต้นคือคันตา มีขี้ตามาก ตาฉ่ำแดง หากรู้ว่าเป็น อย่าทำบาปด้วยการคลุกคลีกับผู้อื่นเพราะโรคนี้ติดง่ายมากในหน้าฝน

ทางแก้ : ใส่รองเท้ามิดชิดทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้านในช่วงหน้าฝน และรีบล้างน้ำสะอาดทันทีเมื่อมือหรือเท้าเปื้อนน้ำสกปรก ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หากมีอาการทางสมองเกี่ยวข้อง เช่น สับสน ซึม หรือหมดสติ ให้รีบพบแพทย์


3.
 โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันหรืออาหารเป็นพิษ

จริงอยู่ที่โรคนี้เกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาลแต่จะเป็นมากช่วงหน้าฝน เพราะอาหารมีการปนเปื้อนเชื้อโรคสูง ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ หรือเมื่อดื่มน้ำไม่สะอาด อาการคือท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ มีไข้ ปวดบิดๆ จนตัวงอ ถ้ามีมูกหรือเลือดออกมาพร้อมอุจจาระให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจติดเชื้อบิด

ทางแก้ : กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนหรือภาชนะร่วมกับผู้อื่น กินอาหารปรุงสุกและอุ่นร้อน ข้อนี้เป็นหลักสุขอนามัยที่พวกเรารู้กันอยู่แล้ว แต่ยิ่งโตกลับยิ่งละเลย

4. โรคไข้เลือดออก

ที่ไหนมีน้ำและความชื้น ที่นั่นมีฝูงยุง เมื่อกลุ่มโรคไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ และโรคมาลาเรีย เกิดจากยุง แม้อยู่บ้านก็ไม่เว้น เพราะร้อยละ 80 ของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคมาจากที่อยู่อาศัย พวกมันจะวางไข่ในน้ำที่ขังอยู่ตามซอกต่างๆ อาการช่วงแรกจะเหมือนเป็นหวัด มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว แต่ที่ต่างจากไข้หวัดคือมีอาการปวดกระดูกร่วมด้วย (คนที่เคยเป็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปวดชนิดที่รู้เลยว่าไม่ธรรมดา) มีไข้สูง 2-7 วันจากนั้นไข้จะลดลง มือเท้าเย็น บางรายอาจช็อกหมดสติ

ทางแก้ : สวมใส่กางเกงและเสื้อแขนยาว เลี่ยงไปในแหล่งที่มียุงชุกชุม พกสเปรย์กันยุง ทายากันยุง กางมุ้งนอน หากจะกินยาลดไข้ต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะยาในกลุ่มแอสไพริน เพราะจะยิ่งทำให้เลือดออกมากขึ้น


5.
 โรคไข้หวัดใหญ่

ตระกูลของโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียผ่านทางเดินหายใจ ซึ่งถ้าเป็นแค่โรคหวัดเราไม่ห่วง แต่ที่ห่วงคือ คนที่เป็นโรคไข้หวัดช่วงหน้าฝนมักมีอาการปอดบวมตามมา ส่งผลให้เกิดอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดกับเด็กเล็กหรือคนสูงวัย จึงควรระวังให้ดี

ทางแก้ : ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ อย่าไปอยู่ในที่แออัด หรือถ้ารู้ตัวว่าภูมิคุ้มกันต่ำและมักติดโรคกลับมาได้ง่าย แนะนำให้คุณสวมหน้ากากอนามัยไว้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายสู่ผู้อื่นและป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคภายนอกด้วย