Home ต่างประเทศ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศไทย 19-23 พ.ย.นี้ มีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องจับตา

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศไทย 19-23 พ.ย.นี้ มีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องจับตา

178
0
SHARE

ในระหว่างวันที่ 19-23 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเดินทางออกจากกรุงโรมเพื่อเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะทรงเดินทางต่อไปที่ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2019

หลายคนอาจตั้งคำถามมากมายตั้งแต่คำถามเบื้องต้นอย่าง สมเด็จพระสันตะปาปาคือใคร เสด็จมาไทยแล้วยังไง หรือเหตุการณ์นี้สำคัญแค่ไหน 

โดยทั่วไปแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปาหรือที่เรียกกันว่าโป๊ปคือผู้นำทางศาสนา หัวหน้าสูงสุดของศาสนจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งสำหรับคริสตชนคาทอลิก สมเด็จพระสันตะปาปาคือหัวหน้าครอบครัวที่ดูแลทุกข์สุขของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกทั่วโลก พร้อมกับเทศน์ให้ข้อคิดตามหลักศาสนา ซึ่งคำว่า ‘สันตะปาปา’ และ ‘โป๊ป’ นั้นต่างหมายถึง ‘พ่อ’ หรือ ‘ปะป๊า’ (หากจะพูดแบบคนอิตาเลียน)

ในขณะเดียวกันสมเด็จพระสันตะปาปายังมีหน้าที่รับผิดชอบบริหารงานทั่วไปของศาสนจักรพร้อมกับ Roman Curia (คล้ายๆ กับคณะรัฐบาลที่มีสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นหัวหน้าคณะ) และแต่งตั้งคาร์ดินัลเพื่อช่วยงานภายในศาสนจักรและบิชอป 

สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 35 ปีท่ามกลางความ ‘เซอร์ไพรส์’ 

สำหรับการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในปีนี้ นับว่าเป็นการเสด็จเยือนครั้งแรกในรอบ 35 ปี หลังจากการเสด็จเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ในปี 1984 

อันที่จริงการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง ‘เซอร์ไพรส์’ โดยเมื่อต้นปีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้บอกเป็นนัยแก่นักข่าวที่ร่วมเดินทางมาด้วยบนเครื่องบินถึงความปรารถนาส่วนตัวที่จะเสด็จไปประเทศญี่ปุ่น

ในขณะนั้นไม่มีการเอ่ยถึงประเทศไทยแต่อย่างใด จนกระทั่งในวันที่ 17 กรกฎาคม 2019 สำนักข่าวท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับวาติกัน อิล ซิสโมกราโฟ (Il Sismografo) เปิดเผยว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสน่าจะเสด็จเยือนประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยระหว่างสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน โดยสมเด็จพระสันตะปาปาได้รับคำเชิญจากศาสนจักรท้องถิ่นและรัฐบาลจากทั้งสองประเทศตั้งแต่ปี 2013 

คำเชิญจากฟากรัฐบาลไทยนั้นเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของไทยได้ส่งคำเชิญโดยตรงแก่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในระหว่างการเข้าพบที่รัฐวาติกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2013 ทั้งนี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสแทบจะตอบรับคำเชิญทันที แต่ทว่ายังไม่มีการกำหนดวันอย่างชัดเจน โดยประมาณ 8 เดือนหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันซึ่งทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องสิ้นสภาพ และโครงการต่างๆ ของรัฐบาลมีอันต้องหยุดชะงัก

เหตุผลหลักที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตัดสินใจเลือกเสด็จเยือนประเทศไทยเป็นเพราะพระองค์ต้องการสื่อว่าศาสนจักรคาทอลิกไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในยุโรป แต่เป็นศาสนจักรสากลที่ทุกประเทศทั่วโลกมีความสำคัญ แม้ว่าบางประเทศจะอยู่ห่างไกลและมีผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกอยู่ไม่มากนัก

และถึงแม้ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะมีฐานะเป็นบิชอปแห่งโรม เป็นผู้นำทางศาสนาของชาวคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก แต่การเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสไม่ได้เกี่ยวข้องกับคริสตชนในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและคนไทยทุกคนในฐานะ ‘เจ้าบ้าน’ และเจ้าของประเทศ

ทั้งนี้ก็เป็นเพราะสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นบุคคลที่โลกตะวันตกใช้อ้างอิงสำหรับเรื่องทางจริยธรรมและจรรยาบรรณ พร้อมกับเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือสูง เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชาติตะวันตก ที่ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาค่อนข้างมีอิทธิพลต่อทัศนคติของประชาชน นอกจากนี้ตำแหน่งสมเด็จพระสันตะปาปาถือว่าเป็นตัวแทนแห่งสันติภาพและความยุติธรรม ซึ่งสำหรับคนไทยและประเทศไทยแล้ว สิ่งที่สมเด็จพระสันตะปาปากล่าวในระหว่างการเสด็จเยือนประเทศไทยในครั้งนี้จะสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในประชาคมโลก

เป็นที่แน่นอนว่าการเสด็จเยือน 3 วันของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสนั้นค่อนข้างสั้นและจำกัดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสไม่อาจเห็นภาพที่แท้จริงของประเทศไทย 

ถึงกระนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสน่าจะรู้จักประเทศไทยพอสมควรจากการได้รับรายงานและข้อควรปฏิบัติของสมณทูตวาติกัน (Apostolic Nunciature) รวมทั้งศาสนจักรท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะรับรู้ถึงสภาพความรู้สึกของผู้คนที่ต้องเผชิญกับปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ คอร์รัปชัน และความไม่สงบทางการเมือง เนื่องจากบริบทดังกล่าวคล้ายคลึงกับสภาพสังคมของประเทศอาร์เจนตินา ประเทศบ้านเกิดของสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ประเทศที่ทำให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้รับฉายาว่าเป็น ‘Pope of the Poor’

ที่มา http://bit.ly/2NI3XcR