Home ข่าวทั่วไปรอบวัน ‘ผู้ว่าฯหมูป่า’เสียความรู้สึก’THE CAVE นางนอน’ล้อเลียนข้าราชการไทย – “ทอม วอลเลอร์” โต้กลับ อย่าดูหนังแค่ 3 นาที!

‘ผู้ว่าฯหมูป่า’เสียความรู้สึก’THE CAVE นางนอน’ล้อเลียนข้าราชการไทย – “ทอม วอลเลอร์” โต้กลับ อย่าดูหนังแค่ 3 นาที!

201
0
SHARE

ช่วงเย็นวานนี้ ที่ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง กลุ่มเซ็นทรัล จังหวัดลำปาง ร่วมกับโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง (ผู้ว่าหมูป่า) , ผู้กำกับชื่อดัง ทอม วอลเลอร์ แห่ง เดอ วอร์เรนท์ พิคเจอร์ม, และอาสาสมัครตัวจริงบางส่วนที่เคยเข้าร่วมภารกิจ นำโดย จิม วอร์นี่ นักดำน้ำชาวเบลเยี่ยม ร่วมชมและเปิดรอบปฐมทัศน์การกุศลภาพยนตร์แห่งปี เรื่อง THE CAVE นางนอน โดยเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อนำรายได้ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้นำสมทบช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยภิบัติต่างๆ ใน จังหวัดลำปาง ( ไฟป่า,หมอกควัน) และ สบทบทุน น.ต. สมาน กุนัน (จ่าแซม) ผู้ที่ถูกขนานนามว่า “วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง”

ทั้งนี้เมื่อนายณรงค์ศักดิ์ มาถึง และได้พบกับ ทอม ผู้กำกับฯได้มีการระบายความรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะเข้าไปในโรงภาพยนต์ว่าในบทภาพยนต์บางส่วนไม่ตรงกับเรื่องจริง นายทอมก็บอกว่าเป็นภาพยนต์ ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์ ได้บอกว่าใช้เป็นภาพยนต์ แต่การ present คุณใช้คำว่าสร้างจากเรื่องจริง ทำให้หลายคนรับไม่ได้ เพราะหนังเรื่องนี้จริงๆมันน่าจะสร้างความสามัคคีให้กับคนได้ให้กับโลกได้ เพราะมันเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับความสามัคคี แต่มุมมองมันต่างไป ซึ่งทอมได้บอกว่าเข้าใจแต่ที่นำเสนอคืออยากให้เห็นการทำงานกู้ภัยของจิม มากกว่า 

ซึ่งนายณรงค์ศักดิ์ บอกว่า ใช่แต่การนำเสนอหรือสื่อต้องให้เห็นว่าโฟกัสให้เห็น อยู่ที่คนๆเดียว ซึ่งคนที่ทำงานเป็นหมื่นคนเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแล้วความสำเร็จในเรื่องอื่นๆมันหายไปจากบท ไม่มีการพูดถึง ซึ่งก็มีการตอบโต้กันเล็กน้อยเพราะส่วนของทอมก็บอกว่าเรื่องที่ตนทำก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆเรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะตอนแรกจะมีคนมาทำแต่ก็ไม่ทำสุดท้ายก็มีตนเองทำแล้วก็าบอกว่าไม่มีนั้นไม่มีนี้ นายณรงค์ศักดิ์จึงบอกว่า เข้าใจแต่ควรจะนำเสนอถึงหนึ่งชีวิตที่ยากลำบากเพื่อแสดงให้เห็นความสามัคคีในโลกนี้ยังมีอยู่ แต่เราไม่ได้พูดภาพรวม ซึ่งนายทอมก็พูดถึงปัญหาในการขออนุญาตกับหน่วยงานไทยมาก

หลังจากนั้นเมื่อเข้าไปยังภายในโรงภาพยนต์ นายณรงค์ศักดิ์ ได้กล่าวก่อนที่จะฉายภาพยนต์ว่า ที่ผ่านมามีหลายที่ที่เชิญให้ตนเองไปร่วมชมภาพยนต์ด้วยแต่ตนเองปฎิเสธ แต่ลำปางคือบ้านก็เลยต้องมาในวันนี้ ดังนั้นอยากบอกก่อนว่าหากเราต้องการชมภาพยนต์เรื่องนี้เป็นแบบสารคดีหรือเรื่องจริงอาจจะไม่เหมือนกับที่เราคาดคิด ตนเองชื่นชมคุณทอมและทีมงานเรื่องการทำโปรดักชั่นในเวลาที่จำกัดและก็อยากทำภาพยนต์เรื่องนี้ออกมาเพราะมันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง แต่ในส่วนตัวของตนเองขอชื่นชมเรื่องที่เก็บรายละเอียดของจ่าแซม ซึ่งในตรีมหรือความรู้สึกของตนเองจ่าแซมคือวีระบุรุษตัวจริงของเหตุการณ์นี้ รวมมีคนไปร่วในเหตุการณ์กว่าหมื่นคนแต่เราสูญเสียจ่าแซมไปเพียงคนเดียว และหลังจากนั้นทำให้พวกราทำงานอย่างละเอียดและรอบคอบมากขึ้นและไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีกเลยจนทำงานสำเร็จ แต่ในฐานตนเองเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ขอเสริมความรู้เพิ่มเติมจากการดูภาพยนต์และจะทำให้เข้าในบริบทมากขึ้น 

“หากถามว่าภาพยนต์เรื่อง THE CAVE นางนอน เป็นยังไงก็ขอบอกว่าเป็นการนำเสนอวีระบุรุษท่านหนึ่งคือจิม วอร์นี่ นักดำน้ำชาวเบลเยี่ยม จ่าแซม และทีมงานนักดำน้ำที่เข้าไปช่วยอย่างอยากลำบาก เราชื่นชมในโปรดักชั่น ที่ได้ทำการพาตัวเด็กและโค้ชออกมาจากถ้ำยากเย็นแค่ไหน ใครที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์จะไม่รู้ ผมยอมรับว่าตอนแรกที่รู้เรื่องก็ไม่คิดว่าจะยากขนาดนั้นแต่พอไปอยู่หน้าถ้ำถึงรู้ว่ายากประกอบกับมีคนกว่าหมื่นคนที่ประสงค์มาอยู่หน้าถ้ำบางส่วนประสงค์มาช่วยอย่างจริงใจ บางส่วนอยากมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โปรโมทตัวเองหรืออะไรบางอย่าง สิ่งที่ภาพยนต์เรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายทอดคือ จริงแล้วเราแบ่งการปฎิบัติงานออกเป็น 4 แผนคือ1.สูบน้ำออกเท่าที่นักดำน้ำต้องการเพื่อให้นักดำน้ำเข้าไปช่วยเด็กออกมา 2.เดินทางโพลงบนยอดดอยเพื่อหาทางเข้าถ้ำ 3.หาเส้นทางของน้ำที่ไหลเข้าถ้ำ 4.หาจุดผนังถ้ำที่บางที่สุดและหาจุดที่เด็กอยู่และเจาะถ้ำ”

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่าเห็นความตั้งใจของทอมที่ต้องการสร้างภาพยนต์เรื่องนี้โดยเฉพาะโปรดักส์ชั่นต่างๆและด้วยข้อจำกัดหลายอย่างรวมถึงข้อจำกัดของเวลา แต่ทั้งนี้อยากให้ภาพยนต์ที่ออกมาเห็นถึงความร่วมไม้ร่วมมือการประสานงานกันของกลุ่มคนกว่าหมื่นคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในครั้งนี้แต่ไม่ปรากฎในภาพยนต์ ซึ่งหากความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็ขอให้นึกถึงคนเหล่านั้นด้วยโดยเฉพาะจ่าแซม และอยากฝากเรื่องราวบางอย่างที่ปรากฎในภาพยนต์ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่มีคนมาเล่าให้ผู้กำกับฟังซึ่งอาจจะไม่ได้เช็คและเป็นมุขที่เราไปโจมตีการทำงานของราชการไทยซึ่งเราอาจจะคิดว่าเอาสื่อเพื่อให้คลายความเครียดคลายความกดดันลงไปได้แต่มันเป็นมุขที่ข้าราชการอย่างตัวเอง 

“เสียความรู้สึกและเสียใจเหมือนกันที่ไม่ได้ทำเหตุการณ์ตรงนั้นเกิดขึ้น แต่ถูกนำล้อเลียนในภาพยนต์ที่จะนำไปฉายทั่วโลก เช่นฉากที่มีการแลกบัตร และการด่าว่าหากอยากใหญ่ก็ไปใหญ่ที่จังหวัด..ของคุณโน้น รวมถึงการติดต่องานที่เจ้าหน้าที่หญิงบอกว่าให้ไปที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งเรื่องจริงก็ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นเป็นใครและไม่เคยให้ไปติดต่องานที่ศาลากลาง ผมในฐานะทีมปฎิบัติการทั้งหมดก็ขอบ่นในจุดนี้นิดหนึ่ง แต่อยากบอกว่าเรื่องนี้ถ้าเป็นความดียังไงขอขอบคุณคุณทอมและทีมงานของผมอีกกว่าเก้าพันกว่าชีวิตซึ่งไม่นับผมเอง เพราะผมเองจะพูดสมอว่าผมเองคือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย เพราะหากจิ๊กซอว์ทุกตัวที่ส่งมาถึงมือผมเองไม่ดี ไม่ทางที่ภาพจะออกมาสวยหรู ผมเองแค่ลงเม็ดตัวสุดท้ายเท่านั้น ฉะนั้นขอให้ความดีอยู่ที่คณะทำงานทุกท่านรวมถึงจ่าแซม ดังนั้นหากใครชมแล้วก็ขอให้เข้าใจว่ามันคือภาพยนต์ ไม่ใช่สารคดี จริงแล้วควรจะใช้คำว่า บทภาพยนต์ คนจะได้เข้าใจ เพราะหากเราบอกว่าเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงแต่หลายเรื่องมันไม่จริงแม้แต่ตัวละครหลายตัวก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคือใคร คอสตูมต่างๆอาจจะไม่ตรง”

ขณะที่ทอม ได้บอกว่าผมเข้าใจผู้ว่าฯ ที่อาจจะบอกว่าตรงนั้นไม่ตรง ตรงนี้ไม่ตรง แต่อยากให้เห็นถึงการช่วยชีวิตเด็กออกจากถ้ำจากทีมกู้ภัยใต้น้ำซึ่ก็ใช้คนที่เข้าไปช่วยจริงๆมาแสดงซึ่งก็คิดว่าตนเองถ่ายทอดในส่วนนี้ได้สมบูรณ์ แต่ส่วนอื่นเนื่องจากตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็อาศัยการบอกเล่าจากผู้ที่เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ประกอบด้วยและคิดว่าหนังเรื่องนี้จะไปไกลทั่วโลก ส่วนในหนังเรื่องนี้ตนเองก็ต้องบอกว่าได้ใส่ประเด็นบางอย่างที่อยากเล่าเข้าไปเพราะไม่ได้ตามนักข่าวตลอดและก็มีการนำเสนอสารคดีไปเยอะแล้ว ซึ่งก็ต้องมีที่ตนเองอยากเอามาใส่ในหนังซึ่งได้เขียนบทไว้ซึ่งรู้สึกว่าคนไทยควรจะรู้ว่ามันมีแบบนี้ด้วยนะเช่นความลำบากในการเข้าไปช่วย เช่นบางคนอยากไปช่วยแต่ไม่รู้จะช่วยยังไงหรือไม่มีบัตรเข้าแบบนี้ก็ถือว่าน่าสนใจอยากเล่าตรงนี้ด้วย ไม่อยากให้เห็นว่าเราไม่ได้เข้าข้างใครเพราะเหตุการครั้งนี้มีอะไรหลายอย่างที่สามรถนำมาใส่ในหนังได้

ล่าสุด วันที่ 26 พ.ย.62 เฟซบุ๊ก Tom Waller (ทอม วอลเลอร์) ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Cave นางนอน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เมื่อคืนผมไปงานเปิดตัวหนังที่ลำปาง และมีโอกาสได้พบกับท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้อำนวยการศูนย์ในครั้งกู้ภัยถ้ำหลวง

ความประทับใจเริ่มแรกที่ผมได้รับราว 20 นาที ที่ท่านด่าหนังผมให้ฟังว่าไม่เป็นจริง ดูจากตัวอย่างหนังแล้วไม่ควรเรียกว่าภาพยนตร์ based on a true story (สร้างจากเรื่องจริง) ควรเป็นแค่ภาพยนตร์ธรรมดา ท่านไม่มีเวลากระทั่งทักทาย หรือมองหน้าจิม (จิม วอร์นี่ นักดำน้ำตัวจริง)

กระทั่งเข้าโรงภาพยนตร์ ท่านยังต่อว่าไม่หยุด ‘ในภาพยนตร์มีตั้งหลายหน่วยงานที่ทำให้ภารกิจสำเร็จ ทำไมเล่าแต่ของผู้ใหญ่ของจิม ไม่มีที่เค้าเดินสำรวจขุดเจาะถ้ำ ภาพยนตร์ไม่ตรงกับความจริง…’ แล้วท่านเดินออกจากโรงไป

ผมไม่อยากให้ท่านตัดสินว่าภาพยนตร์ผมไม่ตรงความจริงเพียงเพราะท่านรับชมจากตัวอย่างภาพยนตร์ หรือคำรีวิวที่บอกว่าสร้างมาล้อเลียนขรก. ถ้าท่านชมภาพยนตร์จบแล้วต่อว่าหนังผม อันนั้นผมยอมรับได้

ท่านบอกภาพยนตร์ไม่ตรงความจริง ใช่ครับ มีซีนนึงที่ไม่ตรงจริง เจ้าหน้าที่อุทยานไม่ได้เป็นคนไล่อาจารย์อดิสรณ์ให้ไปเก่งที่นครปฐม แต่เป็นคำพูดของคนที่ไม่มีโอกาสได้ดูเพราะนั่งอยู่แค่ 3 นาทีครับ”

ที่มา ไทยโพสต์