Home ข่าวประชาสัมพันธ์ ชาวอุดรธานี กว่า 70,000 คนรำบวงสรวง เฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานี สู่ปีที่ 127อย่างยิ่งใหญ่อลังการ

ชาวอุดรธานี กว่า 70,000 คนรำบวงสรวง เฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานี สู่ปีที่ 127อย่างยิ่งใหญ่อลังการ

245
0
SHARE

วันที่ 18 ม.ค.2563 จังหวัดอุดรธานีได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานี เป็นวันครบรอบการก่อตั้งเมืองอุดรธานี เป็นปีที่ 127 นับตั้งแต่ครั้ง พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงตั้งเมืองอุดรธานี มีการจัดงานรำลึกบวงสรวงดวงพระวิญญาณ เฉลิมฉลอง บริเวณพระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ใจกลางเมืองอุดรธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้าแยกอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ช่วงเช้าพิธีจัดงานโดยนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธาน โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายธวัชชัย ศรีทอง รองว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ทายาทราชสกุลทองใหญ่ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า คหบดี ประชาชนชาวอุดรธานี เข้าร่วมในพิธีโดยภายในบริเวณงานจะมีห้างร้าน และประชาชนตั้งโรงทานแจก ข้าว ข้าวจี่ น้ำ อาหารเช้า ให้นางรำบวงสรวงและผู้มาร่วมงานรับประทานฟรี


จากนั้น ที่ลานเบื้องหน้าอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมมีพิธีถวายราชสักการะ พิธีถวายพานพุ่มดอกไม้สด พิธีสงฆ์ พิธีบายศรีสู่ขวัญบ้าน สู่ขวัญเมืองอุดรธานี สตรีชาวอุดรธานี ในชุดเสื้อสีแสด ผ้าถุง และสไบย้อมคราม ทัดดอกทองกวาว ดอกไม้ประจำ จ.อุดรธานี ปีนี้มีชาวอุดรธานี จาก 20 อำเภอ มาร่วมรำกว่า 7 หมื่นคน ยืนเรียงรายล้อมรอบบริเวณพระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ยิ่งใหญ่ ตระการตาเป็นเหมือนรัศมี 5 แฉก เต็มถนน 5 สาย ประกอบด้วย ถนนทหาร ถนนศรีสุข ถนนโภคานุสรณ์ ถนนสุรการ เรียงรายไปหลายกิโลเมตร ส่วนใหญ่มาเพื่อรำบวงสรวง

การฉลองก่อตั้งเมืองอุดรธานีลุเข้าสู่ปีที่ 127 จัดขึ้นยิ่งใหญ่เป็นกรณีพิเศษ ตามตัวเลขจำนวนปีแบบสากล นอกจากมีกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี ยังเพิ่มเติมการจัดกองเกียรติยศ, การร่วมขับร้องเพลงชาติ, การอัญเชิญศาสตราวุธประจำพระองค์ ที่ทายาทราชสกุลทองใหญ่ มอบให้ชาวอุดรธานีมาที่พระอนุสาวรีย์, การบรรเลงกลองกริ่งเฉลิมพระเกียรติ
ทั้งนี้ หลังวิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ. 112 สยามต้องยินยอมรับเงื่อนไขสงบศึกกับฝรั่งเศส โดยมีข้อตกลงสำคัญประการหนึ่ง คือ ต้องถอนกำลังทหารจากริมแม่น้ำโขงไม่น้อยกว่า 25 กิโลเมตร พลตรีพระเจ้าบรมวงษ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ขณะดำรงตำแหน่ง “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม”ข้าหลวงใหญ่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มณฑลลาวพวนในขณะนั้น เป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ มาปราบโจรจีนฮ่อตั้งกองทหารอยู่ จ.หนองคายจำต้องย้ายกองบัญชาการมณฑลจากเมืองหนองคายพร้อมไพร่พล ลงทิศใต้ จนมาปักหลักที่ “บ้านเดื่อหมากแข้ง” ทรงเห็นว่าที่นี่ชัยภูมิเหมาะสมอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ จึงทรงตัดสินพระทัยสร้างบ้านแปงเมือง ณ ที่นี้ และมีหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาบ้านเดื่อหมากแข้ง เป็นที่ตั้งกองบัญชาการมณฑลลาวพวน ในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2436 ขึ้นกาลผันแปรเปลี่ยนจาก “มณฑลลาวพวน” เป็นมณฑลฝ่ายเหนือและเป็น “มณฑลอุดร” จนกระทั่งเป็น “จังหวัดอุดรธานี” เมืองอุดรธานีจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง เป็นศูนย์กลางภาคอีสานตอนบน และมีเป้าหมายเป็น “ฮับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”


นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าว่า การจัดงานบวงสรวง และเฉลิมฉลองในครั้งนี้ นอกจากจะระลึกถึงพลตรีพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ด้วยพระปรีชาเลือกตั้งทัพที่อุดรธานี ยังจะเป็นการประกาศศักยภาพอุดรธานี ว่ามีความพร้อมในการจัดงาน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว และผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี พร้อมถูกยกระดับเป็น “เมืองหลักท่องเที่ยว” ตามเป้าหมายของอุดรธานี

วัชรกร ปทุมธานี