Home ไลฟ์สไตล์ By TipLife 10 กันยา วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

10 กันยา วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

26
0
SHARE
รู้หรือไม่? องค์การอนามัยโลกคาดว่าในแต่ละปีจะมีคน “ฆ่าตัวตาย” สำเร็จเป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน เมื่อคิดเฉลี่ยต่อเวลาจะพบว่ามีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ทุก 40 วินาที และการฆ่าตัวตายยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของพ่อแม่พี่น้องสามีภรรยาและเพื่อนๆ ของผู้ตายอีกประมาณ 5-10 ล้านคน ตลอดจนมีผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่าอย่างมหาศาล
.
ในวันที่ 10 กันยายนของทุกปี องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงกำหนดให้เป็น “วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก” (World Suicide Prevention Day) โดยประกาศเป็นครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) และได้กำหนดให้มีการรณรงค์ เพื่อสร้างความตระหนักให้ทั่วโลกให้ความสนใจกับการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย
.
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า มีประชากรกว่า 800,000 คนเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายทุกปี ซึ่งปัญหาฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่นำผู้คนไปสู่การเสียชีวิตก่อนวันอันควร และในแต่ละครั้งที่มีการฆ่าตัวตายสำเร็จ (completed suicide) จะมีความพยายามฆ่าตัวตาย (attempted suicide) มากกว่า 20 ครั้ง แต่ทั้งนี้ ปัญหาฆ่าตัวตายนั้นสามารถป้องกันได้ ถ้ามีความตระหนักและเหยื่อผู้รอดชีวิตได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที
.
การฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เมื่อปี 2561ภาพรวมอัตราการฆ่าตัวตายของทั้งประเทศ อยู่ที่ 6.34 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดยมีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 4,137 คน แบ่งเป็นชาย 3,327 คน คิดเป็น 80% และเป็นหญิง 810 คน คิดเป็น 20%โดยปัจจัยของการฆ่าตัวตายสำเร็จ ได้แก่ ความน้อยใจ ถูกดุด่าตำหนิ การทะเลาะกับคนใกล้ชิด
.
และด้วยสถานการณ์ตอนนี้ที่ทุกคนต้องเผชิญกับความเครียด จนอาจทำให้เราสะสมความเครียดโดยไม่รู้ตัว และอาจจะเข้าข่ายเสี่ยงต่อการ “ฆ่าตัวตาย” ได้ ดังนั้นเราสามารถเข้าไปทำแบบคัดกรองโรคซึมเศร้า แบบประเมินโรคซึมเศร้า และ แบบประเมินการฆ่าตัวตาย ได้ที่นี่ >> www.thaidepression.com <<
.
นอกจากนี้ยังสามารถขอความช่วยเหลือได้จากหน่วยงานเหล่านี้
– กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธรณสุข
– สายด่วนสุขภาพจิต1323
– ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ
– โครงการป้องกันผู้มีภาวะซึมเศร้า
– โครงการช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
– สมาคมสะมาริตันส์ ป้องกันการฆ่าตัวตาย
.
TIPlife ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันนะครับ
( ที่มา: กรมสุขภาพจิต)
.