Home ทั่วไป “พิชัย นริพทะพันธุ์” คิดไกล สร้างเมืองใหม่ Smart City ปลอดฝุ่นและมลภาวะ

“พิชัย นริพทะพันธุ์” คิดไกล สร้างเมืองใหม่ Smart City ปลอดฝุ่นและมลภาวะ

236
0
SHARE

“พิชัย นริพทะพันธุ์” คิดไกล สร้างเมืองใหม่ Smart City ปลอดฝุ่นและมลภาวะ ชี้ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินประโยชน์น้อย ไม่มีการพัฒนาพื้นที่เมือง แถมส่อเอื้อประโยชน์ที่ดินมักกะสัน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช) กล่าวในงานเสวนา “นโยบายที่อยู่อาศัยของรัฐบาลในอนาคต” ที่โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ว่า การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนส่วนใหญ่มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยรัฐควรให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ และรัฐมีบทบาทเข้าไปสนับสนุนและตรวจสอบ ในประเทศที่เจริญแล้วจะมีเมืองใหญ่ๆเกิดขึ้นกระจายในหลายภาค แต่ในประเทศไทยเมืองขนาดใหญ่ยังมีน้อย และ มีแต่กรุงเทพเท่านั้นที่เป็นเมืองใหญ่จริงๆ ดังนั้นจึงอยากเห็นการเกิดเมืองใหม่ๆ เกิดขึ้นมากๆ อย่างเช่นในมาเลเซียมี ไซเบอร์จายา และ ปุตราจายา เป็นต้น โดยเฉพาะเมืองใหม่นี้ อยากให้เป็น Smart city ที่ปราศจากฝุ่นและมลภาวะหรือมีน้อยที่สุด และต้องไม่มีปัญหาฝุ่นเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งจะเป็นเมืองที่ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า และ อาจจะมีเลนที่รถขับเองไปเมืองอื่นได้ ไฟฟ้าผลิตโดยพลังแสงแดด อาคารและบ้านถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงาน ใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้ มีระบบกำจัดขยะ และ บำบัดน้ำเสีย โดยไม่มีมลภาวะ ซึ่งจะเป็นแนวคิดหนึ่งของ “เทคซิโนมิกส์” ที่อยากเห็นประเทศนี้พัฒนาไปในทางที่ถูกต้อง ซึ่งหากจำกันได้ ตั้งแต่ในอดีตมีแนวคิดในการสร้างเมืองใหม่เป็น Smart City นี้หลายหน แต่ทำไม่สำเร็จเพราะติดหลายข้อกฎหมาย จึงอยากให้มีการแก้ไขข้อจำกัด เพื่อให้ดำเนินการได้ เมืองใหม่เหล่านี้แต่เดิมคาดกันว่า จะเกิดตามแนวรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ ซึ่งประโยชน์ของการสร้างรถไฟความเร็วสูงอยู่ที่การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมือง คล้ายกับในอดีตที่มีการตัดถนนเข้าหมู่บ้านสร้างความเจริญ ซึ่งจะทำให้ประเทศเจริญและรัฐสามารถเก็บภาษีอากรจากการค้าขายเป็นรายได้และผลตอบแทนในอนาคต ดังนั้นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงมีประโยชน์น้อยมากเพราะไม่ได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมือง เพราะทั้ง 3 สนามบินเป็นเมืองอยู่แล้ว แถมยังมีข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ อีกทั้งมีการแถมการใช้ที่ดินมักกะสันมูลค่าหลายแสนล้านบาทอยู่ในโครงการนี้ด้วย ซึ่งน่าจะมีการตรวจสอบความโปร่งใสก่อนที่จะเซ็นสัญญา จะได้ไม่เป็นปัญหาในภายหลัง

ส่วนแนวคิดในนโยบายที่อยู่อาศัยสำหรับคนส่วนใหญ่นั้นควรทำควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังมีรายได้น้อยเกินกว่าจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมได้  ขนาดคนถือบัตรคนจนยังมีถึง 14.5 ล้านคนแล้ว จากผลงานของรัฐบาลนี้ โดยการโยกย้ายคนจากภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ภาคบริการจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น

Matemnews.com

31 มกราคม 2562