SHARE

งานนี้สำหรับคนที่ชอบเที่ยวเดี่ยว หรือเที่ยวพร้อมกับพองเพื่อนไม่ควรพลาด และหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่มือใหม่ยังไม่รู้ว่าจะไปลงที่ไหนดี เรามีช่วงเวลา และสถานที่แนะนำ ดังนี้

ฟุกุโอกะ (Fukuoka)  เป็นเกาะใหญ่อันดับสามของญี่ปุ่น เป็นเมืองท่าเก่าแก่ ที่ใครหลายคนได้แวะเวียน มาแล้ว ไม่มีคำว่าไม่หลงรัก ควรเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง แต่ที่นี่อากาศจะดีตลอดปี เฉลี่ยอุณหภูมิอยู่ที่ 15-20 องศานั่นเอง สำหรับคนที่รักและศรัทธา อยากมาขอพร ที่ฟุกุโอกะมีศาลเจ้า และวัดมากมาย นอกจากนี้หากใครชอบ สวนดอกไม้ ก็ห้ามพลาดสวนบนเกาะโนะโคะโนะชิมะ (Nokonoshima Island Park) เป็นสวนดอกไม้ญี่ปุ่นที่มีดอกไม้ไม่ซ้ำชนิดกันในแต่ละฤดู เรียกว่าถ้าใครหลงรักเจ้าดอกไม้หลายสีหลากฤดู  ถือว่าเป็นแลนมาร์คที่ใครหลายคนต้องแวะมาสัมผัสเลยทีเดียว

โอซากา (Osaka) เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น สำหรับคนที่ไม่ชอบหนาวมาก อยากเที่ยวสบายๆ ควรเที่ยวในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม แต่ถ้าชอบความหนาวเย็น แนะนำให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เฉลี่ยอุณหภูมิจะอยุ่ที่ 6 องศา ไปจนถึงดึกก็ 0 องศากันเลยทีเดียว  ที่นี่ใครๆ ต่างทราบกันดีว่าถ้ามาโอซากาแล้วจะ มีวัด มีศาลเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย นอกจากนี้ยังมีสวนสนุก ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studios) และที่ต้องไปย่านโดทงโบริ (Dotonbori) เอาใจคอช็อปปิ้ง ที่จัดว่าเป็นใจกลางเมืองที่มี “กูลิโกะ” ยืนชูมือ’ เป็นกิมมิคของที่นี่ และถ้ามาโอซากา ต้องมาแชะรูป เพราะเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง นอกจากนี้ยังมีย่านมินามิ นัมบะ (Minami Numba) และย่าน ชินไซบาชิ (Shisaibashi) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองโอซากา เรียกได้ว่าเป็นย่านสุดฮอตของเหล่านักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้

โตเกียว (Tokyo) คือเมืองหลวงยอดนิยม มีทั้งวัดศาลเจ้า พระราชวัง สวนสนุก ร้านค้า ร้านอาหาร  ร้านพื้นบ้าน แหล่งช็อปปิ้ง สวนดอกไม้ ครบจบในเมืองเดียว ควรเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ชมซากุระ และยังมีดอกไม้อีกนานาพันธุ์ให้ได้ตื่นตาตื่นใจ และในฤดูร้อนที่โตเกียวจะมีเทศกาลดอกไม้ไฟกว่า 20 แห่งที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดในโลก และพอเข้าฤดูใบไม้ร่วง บอกเลยว่าเหมาะกับการไปเที่ยวเดินเล่นกลางแจ้งตามสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะจะได้เจอกับดอกไม้เปลี่ยนสี เทศกาลการชงชา  เรียกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มามากที่สุดเลยทีเดียว

นาโกยา (Nagoya) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างโตเกียวและโอซากา เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัว หากใครชอบความเป็นธรรมชาติที่ไม่หวือหวา แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของญี่ปุ่นแท้ๆ  นอกจากนี้หากใครชื่นชอบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ที่นี่คือเมืองเกิดของเขา อย่าลืมแวะมาชมพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โตโยต้าได้ที่เมืองนี้  แต่หากมาในเดือนเมษายนก็จะได้ชมเทศกาล ดอกชิดาเระ ซากุระ และคนที่ชอบทานปลาไหลก็ต้องแวะมาให้ได้ เพราะที่นาโกยา ขึ้นชื่อเรื่องปลาไหลมากที่สุดเลย

ซัปโปโร (Sapporo) เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาว ที่มีเทศกาลหิมะซัปโปโร เยี่ยมชมประติมากรรมน้ำแข็ง หินแกะสลักรวมไปถึงการประดับประดาไฟประดับเมืองฤดูหนาว นอกจากนี้ ซัปโปโรยังเป็นเมืองดังที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดๆ  เรียกว่าสาวกอาหารทะเลไม่ควรพลาด  ควรมาเที่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะดีที่สุดเพราะมีหลากลายเทศกาล จะคึกคัก เรียกว่ามาครั้งเดียว ได้เจอกับเทศกาลดีๆ หลายงานเลยทีเดียว

         ฮ่องกง (Hongkong) เรียกว่าฟินทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเที่ยวเดือนไหน ฮ่องกงก็คือสวรรค์ของคนรักเที่ยว เกาะฮ่องกงเป็นสีสันมีเสน่ห์น่าหลงใหลสำหรับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสัมผัสกลิ่นอายของ อารยธรรมต่างๆ และหากใครชอบงานอาร์ตงานศิลป์มากกว่าการช็อป ก็เพลิดเพลินอย่างแน่นอน  เพราะที่นี่มีงานอาร์ตงานศิลป์ให้เสพหลายแบบ และถ้าหากชอบกลางแจ้งก็สามารถเดินชมทิวทัศน์ นอกจากนี้ยังไม่ควรพลาดแหล่งท่องเที่ยวย่านเซ็นทรัล อ่าววิคตอเรีย คอสเวย์เบย์ จิมซาชุ่ย มงก๊ก สวนสนุก สวนน้ำ พิพิธภัณฑ์เก๋ๆ ซึ่งสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

          ไทเป (Taipei) ใครหลายคนปักหมุดไปที่นี่กันเยอะ ยิ่งตอนที่รัฐบาลบอก ฟรีวีซ่า ก็ไม่ต้องพูดถึงว่านักท่องเที่ยวจะมากขนาดไหน ไทเป สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู ที่นี่มีวัฒนธรรม ศิลปะ ธรรมชาติ ให้ชมมากมาย นอกจากนี้หากใครหลงรักประเทศญี่ปุ่นแล้วนั้น แต่บัดเจ็ตมีจำกัด ลองมองไทเป น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะที่นี่มีมิวเซียม น้ำพุร้อน อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก หรือเที่ยววัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองอย่างวัดหลงซาน นั่งกระเช้าลอยฟ้าที่เมาคง กอนโดลา ซีเหมินตติง ย่านที่รวมนักช็อปที่ต้องแวะมาอัพเดทเทรนด์  เรียกว่าไม่ผิดหวังหากคุณตัดสินใจมาที่นี่อย่างแน่นอน

อ่านถึงตรงนี้ วัยรุ่นหลายคนคงทราบกันแล้วว่าแต่ละเมืองแต่ละประเทศนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย น่าสนใจ แตกต่างกันออกไป แถมการเดินทางไปเที่ยวนั้นแสนง่ายไม่ยุ่งยาก ซึ่งสายการบินไทยจัดโปรฯ YOUTH FARE “Fun Zone Fly ให้สุดฟิน บินให้สุด Fun” สุดคุ้ม ! โดยมีเที่ยวบินตรงทุกวันอาทิตย์ – พฤหัสบดี จากกรุงเทพ สู่ ไทเป ด้วยราคาไป-กลับรวมภาษีเริ่มต้น ที่ 5,815 บาท/ท่าน, ฮ่องกง ด้วยราคาไป-กลับรวมภาษีเริ่มต้น ที่ 5,915 บาท/ท่าน, และญี่ปุ่น (ฟุกุโอกะ, โตเกียว, นาโกยา, โอซากา และ ซับโปโร) ด้วยราคาไป-กลับรวมภาษีเริ่มต้นที่ 12,135 บาท/ท่าน  ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมบริการแบบ Full Service โดยจองบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2562 และเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม / 15 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2562 *สำหรับผู้โดยสารที่มีอายุ 12 – 25 ปีเท่านั้น* ที่พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวไม่รู้ลืม #Thaiairways #สบายต่างกัน เพียงคลิก https://bit.ly/2SrwKkZ