Home มาเต็มกัญชา วัยรุ่น ยื่นนิรโทษ “กัญชา” อ้างแก้ปวด – อย. สรุปยอดพุ่ง 2 หมื่น

วัยรุ่น ยื่นนิรโทษ “กัญชา” อ้างแก้ปวด – อย. สรุปยอดพุ่ง 2 หมื่น

93
0
SHARE

วันที่ 22 พ.ค.62  นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวสรุปยอดการยื่นขอนิรโทษกัญชาว่า เมื่อวานนี้ (21พ.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการยื่นของนิรโทษ ไม่รับผิดจากการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ โดยมีผู้มายื่นรวมทั้งสิ้น 20,000 คน จากนี้อีก 3 เดือน หรือประมาณ 90 วัน ผู้ที่มาขอนิรโทษ สามารถใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคได้ จนกว่าจะมีกัญชาในระบบ ซึ่งคาดว่าจะประมาณ เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า จำนวนผู้ที่มาขอยื่นนิรโทษนี้ ส่วนใหญ่ระบุว่าใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด เมื่อย ปวดศีรษะ กังวล เครียด ซึ่งในการรักษาโรคลักษณะดังกล่าว สามารถใช้ยาอื่นทดแทนได้ไม่จำเป็นต้องใช้กัญชา ขณะที่ 4 กลุ่มโรค (ลมชักในเด็ก ลมชักในเด็ก, ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนจากการได้รับยาเคมีบำบัด และปวดเรื้อรัง, ปอกปลายประสาทอักเสบ) กลับมีแค่ประมาณ 100 คน สำหรับของกลางกัญชาที่มายื่นของนิรโทษ ที่ทาง  อย. ได้อายัดและเก็บไว้ในขณะนี้ มี เมล็ดกัญชา คาดว่าต่อไปจะนำไปใช้ในการปลูก

นพ.สุรโชค กล่าวว่า จากการสังเกตผู้ที่มาขอยื่นนิรโทษกัญชา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่ง  อย. มีระเบียบหลักเกณฑ์ที่แน่ชัดว่า ผู้มายื่นขอนิรโทษต้องไม่ใช่เยาวชน หรือถ้าเป็นเยาวชนที่ป่วยต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ปกครอง ขณะเดียวกันการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคในกฎหมายเขียนชัดว่า ต้องไม่ใช่ในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเพราะจะมีปัญหาทางสมองและในใบสั่งจ่ายกัญชาทางการแพทย์ กำหนดให้ใช้กัญชาในผู้ป่วยที่มีอายุ 25 ปีเท่ากับ ประเทศออสเตรเลีย ยกเว้นโรคลมชักในเด็กที่ กัญชาในประสิทธิผลดีในการรักษาเท่านั้น

จากกรณีของการยื่นนิรโทษกัญชา ทำให้ขณะนี้ได้รับรายงานจากหลายโรงพยาบาล พบผู้ป่วยที่มีอาการ ปวดศีรษะ วูบ สลบไป มารับการรักษาในห้องฉุกเฉินมากขึ้น  ซึ่งเมื่อสอบถามพบว่า เกิดการจากทดลองใช้กัญชาและคาดว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะพบผู้ป่วยในลักษณะอาการเช่นนี้มากขึ้น จึงเตรียมประสานให้มีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน

ขณะเดียวกันประสานกรมการแพทย์ให้มีการอบรมแพทย์,เภสัชกร ให้รู้ผลข้างเคียงหรือฤทธิ์จากการใช้กัญชา ซึ่งเชื่อว่าแต่ก่อนไม่พบผู้ป่วยมากขนาดนี้ เพราะแต่เดิมการกัญชายังไม่อนุญาต ใช้ทางการแพทย์และอยากให้เข้าใจว่ากัญชาไม่ใช่ยาวิเศษรักษาได้ทุกโรค โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิต หรือหัวใจ รวมถึงอาการทางจิตเวช กัญชาไม่ได้มีฤทธิ์ช่วย ขณะเดียวกันอาจได้รับผลข้างเคียงจากกัญชา เพราะการใช้กัญชา ยังไม่มีการกำหนดขนาดที่เหมาะสม และสารพันธุ์ของกัญชา ก็ให้สารและฤทธิ์ที่แตกต่างกัน บางตัวมีสาร THC สูง ทำให้เกิดอาการหลอนได้