Home มาเต็มกัญชา “กัญชง” ออกจากยาเสพติดในสิงหาคม 2562

“กัญชง” ออกจากยาเสพติดในสิงหาคม 2562

303
0
SHARE

 

 

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวเมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 25 ก.ค.2562 ประเด็นมีการประโคมข่าวคณะกรรมการยาเสพติดแห่งชาติแบนน้ำมันกัญชาของนายเดชา ศิริภัทร ว่า

 

“เรื่องนี้เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ขอชี้แจงในนามของ อย.และฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการพิจารณาผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษที่มีกัญชาหรือสารสกัดกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือศึกษาวิจัย ว่า คณะอนุฯ ไม่ได้มีวาระการพิจารณาเรื่องดังกล่าว จึงไม่มีการแบนตำรับน้ำมันกัญชาสูตร อาจารย์เดชา เนื่องจากพิจารณาในชั้นคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษไปแล้ว โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อยู่ระหว่างแก้ไขระเบียบการรับรองหมอพื้นบ้าน เพื่อให้หมอพื้นบ้าน 3-4 พันคนตามระเบียบกรมการแพทย์แผนไทยฯ มาเป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบใหม่ได้ทันที โดยจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ลงนามออกระเบียบโดยเร็ว จากนั้นจึงจะเสนอเข้ามายังคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดฯ พิจารณาสูตรตำรับน้ำมันกัญชา อาจารย์เดชา อีกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมในเดือนสิงหาคมนี้ โดยอยู่ระหว่างนัดหมายวันประชุมอยู่  การประชุมคณะอนุฯ นัดที่ผ่านมา เป็นการพิจารณาเรื่องที่ต่อเนื่องกัน คือ ต่อไปถ้าหมอพื้นบ้านจะผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาตามสูตรตำรับที่ประกาศรับรองไปแล้ว จะต้องทำอะไรหรือพิจารณาเรื่องอะไรบ้างเท่านั้น  การขับเคลื่อนเรื่องกัญชาทางการแพทย์ สธ.ก็กำลังดำเนินการในหลายเรื่อง  ปลัด สธ.ได้ตั้งคณะทำงานวอร์รูมเพื่อประชุมเร่งรัดการทำงานทุกวันพุธ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและ รมว.สาธารณสุข ทั้งในแง่ของการบริการทางการแพทย์ โดยการทำเซอร์วิสแพลน วางระบบ รพ.แม่ข่ายในทุกเขตสุขภาพ และการส่งต่อให้ รพ.สังกัดกรมการแพทย์และ รพ.สังกัดกรมสุขภาพจิต หากเกินความสามารถ การเร่งรัดการผลิตสารสกัดจะเดินหน้าต่ออย่างไร เป็นต้น  ขณะที่ อย.ก็จะมีการเสนอให้ปลดล็อกกัญชงออกจากพืชยาเสพติด ทั้งแผนงาน โครงการ และแนวทางการดำเนินการ โดยเบื้องต้นจะต้องมีการปรับแก้ไขกฎหมายประมาณ 3 ฉบับ ได้แก่ ประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เรื่อง กำหนดลักษณะกัญชง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ซึ่งทั้งสองฉบับนี้คาดว่าจะสามารถปรับแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ภายใน 1 เดือนหรือช่วง ส.ค.นี้ และอีกฉบับ คือ กฎกระทรวงเกี่ยวกับกัญชง ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เวลาหลายเดือน เพราะต้องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมการกฤษฎีกา นอกจากนี้ จะให้กองเครื่องสำอางและกองอาหารของ อย.ไปศึกษาด้วยว่า จะต้องออกประกาศอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะเมื่อปลดล็อกแล้วก็จะมีการปลูกเยอะขึ้น มีคุณค่ามากขึ้น โดยเฉพาะการนำมาใช้ในเรื่องของอาหารและเครื่องสำอางเหมือนต่างประเทศ

 

การปลูกกัญชงขณะนี้ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.มีการคัดเลือกและขึ้นทะเบียนสายพันธุ์ มีการเตรียมสายพันธุ์ที่ให้สารซีบีดีสูง และให้สารทีเอชซีที่ต่ำไว้แล้ว หากปลดล็อกก็สามารถปลูกได้   การปรับแก้กฎหมายก็จะกำหนดเรื่องสารทีเอชซีด้วยว่าจะต้องต่ำกว่าเท่าไร ก็จะยึดตามประเทศต่างๆ หรือองค์การอนามัยโลก เพื่อให้สามารถส่งออกได้

 

matemnews.com 

25 กรกฎาคม 2562